คุยเบา ๆ เข้าใจง้ายง่าย กับเรื่องดวงและฤกษ์ยามของธรรมเนียมจีน

 

รู้หรือไม่ ความเชื่อต่าง ๆ ของชาวจีนมีผลกระทบกับการใช้ชีวิตในหลายมิติ สมัยก่อนฤกษ์แต่งงานมีรายละเอียดยิบย่อยที่เข้าถึงได้ยากมากมาย ไม่ว่าจะทำอะไรต้องมีฤกษ์ผานาทีคอยเป็นตัวกำหนด แต่เดี๋ยวนี้ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทุกอย่างถูกย่อให้ง่ายและสะดวกสบายขึ้น เรื่องฤกษ์แต่งงานก็เช่นกัน มีเพียง 3 ฤกษ์หลักที่ควรยึดถือและปฏิบัติตามสำหรับบ่าวสาวที่ต้องการให้ชีวิตแต่งงานราบรื่น

 

Happy Wedding.Life มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณอมร ผู้มีความสนใจเรื่องโหราศาสตร์ และเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เกรียงไกร บุญธกานนท์ นักโหราศาสตร์ชื่อดังของเมืองไทยที่เคยดูฤกษ์แต่งงานให้กับคุณน็อตและคุณชมพู่-อารยา โดยคุณอมรเริ่มจากการต่อต้านเรื่องศาสตร์ของการดูดวง แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง จากต่อต้านกลายเป็นศึกษาอย่างจริงจัง

 

 

ความสนใจเรื่องดวงและฤกษ์ยาม

“ที่บ้านสนใจเรื่องการดูดวง แต่ผมเป็นคนที่ต่อต้านมาแต่แรก รู้สึกว่าไม่ใช่ จนกระทั่งวันหนึ่งที่บ้านดูดวงกันบ่อย เห็นว่าเขาได้โน่นนี่กัน ก็เลยเริ่มรู้สึกสงสัยว่ามีจริงหรือเปล่า กลายเป็นความสนใจ โดยเริ่มจากการอ่านด้วยตัวเองก่อน หลังจากที่ได้ศึกษามาอย่างดีก็พบว่าหนังสือเกี่ยวกับดวงในเมืองไทย ที่เป็นของจริงมีไม่ถึง 10% ซึ่งเป็นเรื่องราวของหลักวิชาศาสตร์ต่าง ๆ ส่วนนอกนั้นก็เป็นแบบเชิงพาณิชย์แทบทั้งหมด

 

“อ่านด้วยตัวเองมาตลอด 5 ปี หลังจากอ่านก็เริ่มรู้สึกว่าส่วนใหญ่เน้นหนักไปทางไสยศาสตร์มากเกินไป แต่ก็ยังพอมีมุมมองของเรื่องที่เป็นหลักการ เรื่องสถิติให้ศึกษาอยู่บ้าง จนกระทั่งมาเจอหนังสือของอาจารย์เกรียงไกร ซึ่งท่านสอนเรื่องดวงในลักษณะของการเป็นวิทยาทาน คือไม่เก็บค่าสอน ตอนที่ได้อ่านหนังสือของอาจารย์ ก็เริ่มรู้สึกว่านี่แหละคือสิ่งที่อยากรู้ อยากเจอ

 

“โหราศาสตร์ของอาจารย์ไม่ใช่เรื่องของไสยศาสตร์ แต่ประกอบด้วย 4 อย่าง คือ ชัยภูมิ ภูมิศาสตร์ สถิติ และดาราศาสตร์ เป็นศาสตร์แห่งการสังเกตการณ์ของคนจีนสมัยโบราณ ว่าดาวเดินอย่างไร เปลี่ยนอย่างไร เป็นเรื่องของการมองท้องฟ้า ถ้าเคยดูสามก๊กจะเห็นว่าขงเบ้งดูดาว แล้วล่วงรู้เหตุการณ์ จริง ๆ แล้วขงเบ้งไม่ได้เก่ง ไม่ได้เป็นคนมหัศจรรย์ แต่ขงเบ้งเป็นคนช่างสังเกต จดจำและเรียนรู้ คนไม่รู้ก็เลยมองว่าขงเบ้งเป็นผู้วิเศษ ก็เหมือนกับหมอดูในบ้านเรา ส่วนใหญ่จะพยายามบอกว่าตัวเองคือผู้วิเศษ เพราะคนที่มาหาหมอดูเขาไม่รู้ ประกอบกับใส่ความดราม่าลงไป ใส่ความเป็นธุรกิจเข้าไปด้วย ก็เลยกลายเป็นอาชีพ สำหรับผมไม่ได้ต้องการเป็นอาชีพ แต่เป็นคนที่ศึกษาเพราะอยากรู้ และเอาไปบอกต่อเท่านั้น

 

“ทุกวันนี้ผมก็ยังเรียนกับอาจารย์เกรียงไกรที่ชมรมภูมิโหราศาสตร์อยู่ เพราะเรื่องดวง เรื่องฮวงจุ้ยไม่มีวันเรียนจบ มันจะมีเรื่องใหม่ให้ได้เรียนตลอดเวลา ที่สำคัญวิธีสอนของอาจารย์ค่อนข้างทันสมัย เปลี่ยนตัวอักษรจีนโบราณเป็นระบบตัวเลขให้เข้าถึงได้ง่าย เปลี่ยนจานวัดเข็มทิศแบบโบราณมาเป็นจานวัดแสงแดด ซึ่งปัจจุบันเชื่อกันว่ามีความแม่นยำเที่ยงตรงในการวัดทิศทางมากที่สุด

 

“ศาสตร์ที่ผมศึกษาประกอบด้วย 3 อย่างคือดวง ฮวงจุ้ย และฤกษ์ยาม ต้องเรียนทั้งสามอย่างนี้ จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ เรื่องดวงก็เป็นการเรียนดวงจีนที่เรียกว่าดวง 4 เสา ทั้งเสาปีเกิด เสาเดือนเกิด เสาวันเกิด และเสาเวลาเกิด แล้วนำไปคำนวณ ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ของคนจีนที่คิดขึ้นมาได้ ดวงจีนจะมีลักษณะเป็นแท่ง ๆ คล้าย ๆ บาร์โค้ดของคนแต่ละคนที่เกิดมา เรียกว่าติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด

 

“นอกจากดวงก็ศึกษาเรื่องฮวงจุ้ย ซึ่งเป็นเรื่องของชัยภูมิ ทิศทาง ดิน น้ำ ลม ไฟ ว่าในแต่ละทิศ แต่ละปีเป็นอย่างไร สุดท้ายเรื่องของฤกษ์ยาม เช่น ฤกษ์มงคล ฤกษ์ผ่าคลอด”

 

 

ความสำคัญของฤกษ์แต่งงาน

“การแต่งงานคือการที่เจ้าสาวไปเกิดใหม่ในบ้านของเจ้าบ่าว เพราะฉะนั้นการไปเกิดใหม่ของคนหนึ่งคน โดยมีฤกษ์ยามเป็นตัวกำหนดเป็นเรื่องสำคัญมาก ต้องใช้วิจารณญาณและหลักการคำนวณที่ถูกต้อง ถึงบ่าวสาวจะแยกออกมาอยู่เอง ไม่ได้ย้ายเข้าบ้านเจ้าบ่าว แต่ก็ยังเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะมันคือการย้ายเข้าไปในตระกูลเจ้าบ่าว ตามหลักของดวงคือการไปเกิดใหม่ในบ้านหลังนั้นนั่นเอง

 

“ฤกษ์สำหรับพิธีแต่งงาน ถ้าเป็นแบบโบราณมีแม้กระทั่งฤกษ์สระผม ฤกษ์ลงกรรไกรตัดชุดแต่งงาน ฤกษ์กินข้าวมื้อสุดท้าย ฯลฯ ซึ่งไม่เหมาะกับสมัยนี้เลย แต่ปัจจุบันอาจารย์เกรียงไกรมีหลักการประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย อาจารย์จะให้ความสำคัญกับ 3 ฤกษ์หลัก คือฤกษ์ส่งตัวเจ้าสาว ฤกษ์สวมแหวนหมั้น และฤกษ์กลับไปเยี่ยมบ้านของเจ้าสาวหลังจากเสร็จสิ้นการแต่งงานแล้ว ซึ่งแต่ละฤกษ์มีความหมายของมันเอง

 

“ฤกษ์ส่งตัวเจ้าสาวเป็นฤกษ์ที่สำคัญมาก ต้องไม่ชงเจ้าสาว ไม่ชงเจ้าบ่าว ไม่ชงพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย คือจะชงฝั่งบ้านเจ้าบ่าวไม่ได้เลย เพราะเจ้าสาวจะแต่งงานไปอยู่บ้านเจ้าบ่าว ต้องเป็นฤกษ์ที่ภาคีกันหมด ความสำคัญของฤกษ์ส่งตัวเจ้าสาวจะสัมพันธ์กับการมีบุตรหรือไม่มีบุตร

 

“ส่วนฤกษ์สวมแหวนหมั้น จะต้องเป็นฤกษ์ผานาทีที่ถูกกำหนดมาเป็นอย่างดี เพราะการสวมหมั้นเป็นเรื่องของการให้สัญญากับพ่อแม่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายว่าทั้งสองคนได้ตกลงเป็นคน ๆ เดียวกันแล้ว และจะดูแลกันจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมาก ๆ

 

“ฤกษ์เหล่านี้เป็นฤกษ์เฉพาะสำหรับคน ๆ นั้น ไม่สามารถเปิดปฏิทินแล้วดูว่าวันนี้เหมาะกับการแต่งงาน ก็จัดงานในวันนั้นเลยได้ เดี๋ยวนี้คนเราอยากลดความยุ่งยากในการไปดูฤกษ์ ก็เลยใช้วิธีนี้กันเสียเป็นส่วนใหญ่

 

“ส่วนฤกษ์ปลอดภัยก็ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้เป็นฤกษ์แต่งงาน ฤกษ์ปลอดภัยจะเหมาะกับการขึ้นบ้านใหม่ ตั้งบรรพบุรุษ หรือการทำอะไรบางอย่างที่ต้องใช้ฤกษ์ แต่ไม่ใช่กับฤกษ์แต่งงานซึ่งต้องดูกันเฉพาะบุคคล สำหรับฤกษ์สะดวก ในเมื่อคุณบอกว่าสะดวก ผมจะไปห้ามได้อย่างไร จริง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์อะไรก็ได้ เอาที่ทำแล้วสบายใจดีที่สุด ถ้าบ่าวสาวยิ้มแย้ม ญาติสองฝ่ายยิ้มแย้มมีความสุขก็น่าจะเพียงพอ

 

“เพราะเหตุแห่งการแต่งงานปัจจัยหลักคือการมีครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อม มีลูก ซึ่งฤกษ์แต่งงานจะช่วยในเรื่องนี้ แต่ฤกษ์จะมีผลก็ต่อเมื่อยังไม่ได้เข้าหอ ทว่าสังคมสมัยนี้อยู่ก่อนแต่งเป็นเรื่องปกติ ตรงนี้เป็นอะไรที่พูดยาก ถ้าเข้าหอมาก่อนแล้ว ฤกษ์ก็คงไม่ได้มีผลอะไรมากนัก เพราะฉะนั้นถ้าจะใช้ฤกษ์สะดวกก็คงต้องขึ้นอยู่กับตัวบ่าวสาว

 

“ณ วันนี้ผมเองก็ไม่อยากดูฤกษ์แต่งงานให้ใคร เพราะมันมีความยุ่งยากในการคำนวณ และไม่อยากเอากรรมเขามาผูกกับเรา คู่แต่งงานที่อยากได้ฤกษ์แต่งงานจริง ๆ เอาแบบไม่ต้องยุ่งยากซับซ้อน ไม่ต้องไปหาฤกษ์เยอะแยะวุ่นวาย แนะนำให้ไปที่ชมรมภูมิโหราศาสตร์ ค่าใช้จ่ายก็ไม่แพงด้วย”

 

 

 

 

บทบาทของฤกษ์ยามในปัจจุบัน

“ถ้าเหตุปัจจัยของการแต่งงานคือ การมีบุตร มีครอบครัวที่สมบูรณ์ ผมก็ยังรู้สึกว่าเรื่องของฤกษ์ยามเป็นเรื่องสำคัญ แต่สุดท้ายหัวใจที่สำคัญที่สุดของการแต่งงาน คือการสร้างครอบครัวใหม่ให้มีความสุข คุณจะทำอย่างไรให้มีความสุขตั้งแต่วันแรกที่ขอแต่งงาน นั่นต่างหากคือเป้าหมายที่สำคัญ

 

“ลองกลับไปดูว่าผู้ใหญ่สองฝ่ายคุยกันเรื่องฤกษ์รู้เรื่องไหม ฝั่งหนึ่งจะเอาอย่าง อีกฝั่งจะเอาอีกอย่างหรือเปล่า หาจุดลงตัวให้ได้ เรื่องฤกษ์เป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ความสุขของการเริ่มต้นครอบครัวใหม่ต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่คนรุ่นพ่อแม่ต้องคำนึงถึง ฤกษ์ดีแต่งแล้วจะรวย มีลูกหลานที่ดี มีความสุข แต่ก่อนวันแต่งถ้าคู่รักตีกัน ญาติตีกัน ฤกษ์ก็คงไม่ช่วยอะไร ฤกษ์และดวงเป็นแค่ส่วนหนึ่ง การกระทำมีผลมากที่สุด อะไรที่สบายใจ ทำแล้วยิ้มได้ ทำเถอะครับ

 

“ส่วนการเอาธรรมเนียมหลายชาติมารวมกัน ต้องถามก่อนว่าพวกคุณทะเลาะกันเองไหม ถ้าไม่ทะเลาะและหาจุดลงตัวร่วมกันได้นั่นคือความสุข จุดประสงค์ของการแต่งงานคือ การทำให้ทุกคนมีความสุข ถ้าทะเลาะกันตั้งแต่ขันหมากยังไม่เริ่มก็ถือว่าผิดแล้ว ผมพยายามจะบอกว่าเราต้องยืดหยุ่นไปกับสังคมปัจจุบัน เพราะมันมีความหลากหลายมาก ๆ คู่แต่งงานเดี๋ยวนี้เอาธรรมเนียมจีนผสมไทย ผสมฝรั่ง ผสมกันไปหมด ซึ่งก็ทำได้ แต่จะลงตัวไหม ขึ้นอยู่กับแต่ละคู่จะตกลงกันเอง

 

“บางคู่มีญาติผู้ใหญ่ที่ยึดหลักธรรมเนียมประเพณีมาก ๆ แล้วมันไม่เข้ายุคสมัยก็อาจทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น เช่น พิธีรีตองต้องเป๊ะ ต้องอย่างโน้นอย่างนี้ คือยุ่งไปหมด และยังเอาไปรวมกับงานเข้าโบสถ์คริสต์อีก เรื่องแบบนี้ตีกันตายพอดี ถ้าจะมีพิธีหลายชาติ หลายแบบ คุณต้องเอารายละเอียดทั้งหมดออกมา จะทำอะไรบ้าง ลิสต์ไว้เลย แล้วใส่ช่วงเวลาลงไป

 

“อยากจะมิกซ์แอนด์แมทช์อะไรก็ทำได้ คุณจะกินขนมปังผสมบะหมี่เกี้ยว มันก็เป็นเรื่องของคุณ เป็นเรื่องของรสนิยม พิธีต่าง ๆ ในงานจะเหมาะสมถ้ามันลงตัว ไม่จำเป็นต้องกำหนดกะเกณฑ์อะไรมาก ยกน้ำชาเสร็จค่อยเข้าโบสถ์ก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน แต่อย่าไปฟิกซ์จนเกินไป จนทำให้อึดอัด หรือเริ่มรู้สึกว่าวุ่นวาย ยุคเปลี่ยนสมัยเปลี่ยน ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนให้มันเข้ากัน เอาความสุขของคนสองคนเป็นที่ตั้งก็พอ”

 

แม้เรื่องฤกษ์ยามจะสำคัญก็จริง แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือการที่บ่าวสาวมีความสุขกับพิธีแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้น ฤกษ์ยามเป็นเพียงความเชื่อที่มาช่วยเติมเต็ม แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่ที่คุณสองคน

 

อ่านต่อเรื่องฤกษ์ยามกับงานแต่งงาน ที่นี่:

เสริมฮวงจุ้ยให้น่าเลิฟ เสริมดวงให้น่ารัก
ฤกษ์งาม ยามเจ้าสาว 
ฮวงจุ้ยแบบไหน? ที่ช่วยส่งเสริมความรัก 
รีวิวประสบการณ์ดูฤกษ์แต่งงานกับซินแส พร้อมข้อมูลครบถ้วน
สู่ขอ สินสอด หาฤกษ์ ของใช้แต่งงาน แบบเข้าใจง้ายง่าย

บทความที่เกี่ยวข้อง

สินค้ายอดนิยม

ผู้ให้บริการยอดนิยม

Agapé Garden
  • อื่นๆ
Cinnamon Residence
  • โรงแรม
Acts Studio
  • อื่นๆ
Museum Wedding
Vivaris wedding studio
  • ชุดเจ้าสาว

บทความยอดนิยม