คุยกับเวดดิ้งแพลนเนอร์อย่างไรให้งานแต่งราบรื่น

หลังจากผ่านขั้นตอนการเลือกเวดดิ้งแพลนเนอร์เรียบร้อยแล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนการพูดคุย ปรึกษาหารือ เพื่อให้งานแต่งออกมาในรูปแบบที่ต้องการ แต่การจะหัวว่าง ๆ ไปคุยให้แพลนเนอร์จัดการให้หมดก็กระไรอยู่ เราต้องเตรียมตัวก่อนจะพูดคุยกันในรายละเอียดกับเวดดิ้งแพลนเนอร์ด้วย

 

ที่สำคัญคือต้องเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบงานที่ชอบ สิ่งที่ต้องการ และสิ่งที่ไม่ต้องการไว้ก่อนเบื้องต้น เพื่อให้การพูดคุยกันเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่เสียเวลาทั้งสองฝ่าย Happy Wedding.Life มี 5 คำแนะนำที่บ่าวสาวควรรู้ก่อนไปคุยกับเวดดิ้งแพลนเนอร์

 

คลิกเพื่อดูรายละเอียดของ Fleur by Rainforest

 

1. ช่วงเวลาที่เหมาะสม

 

พิธีแต่งงานมีความพิเศษและสำคัญกับบ่าวสาวมาก หากต้องการให้งานออกมาดีและสมบูรณ์ที่สุดควรวางแผนเตรียมงานเอาไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อให้เวดดิ้งแพลนเนอร์มีเวลามากพอในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับบ่าวสาว เนื่องจากรายละเอียดทุกอย่างต้องใช้เวลา รวมไปถึงเผื่อเวลาเอาไว้ในกรณีที่เกิดปัญหาด้วย การมีเวลาในการเตรียมตัวจัดงานจะทำให้บ่าวสาวสามารถเลือกในสิ่งที่ถูกใจของตนเองได้อย่างแท้จริง

 

2. แบ่งหน้าที่ให้ชัดเจน

 

บ่าวสาวมีความชอบและความถนัดต่างกัน บ่อยครั้งที่อาจทะเลาะกันระหว่างเตรียมงาน ในการพูดคุยกับเวดดิ้งแพลนเนอร์ในครั้งแรกอาจจำเป็นต้องคุยพร้อมกันทั้งบ่าวสาว แต่เมื่อตกลงวางแผนและมอบหมายงานไปแล้ว บ่าวสาวควรแบ่งหน้าที่ให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นคนตัดสินใจเด็ดขาดในเรื่องนี้ เพื่อช่วยลดขั้นตอนการทำงานลง แต่ก็ควรบอกกล่าวถึงการตัดสินใจให้อีกคนรับทราบด้วยเช่นกัน

 

คลิกเพื่อดูรายละเอียดของ Fleur by Rainforest

 

คลิกเพื่อดูรายละเอียดของ Double n Studio

 

3. ตั้งคำถาม

 

สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้งานออกมาดี และเวดดิ้งแพลนเนอร์ทำงานได้ราบรื่นก็คือความเข้ากันได้ดีของบ่าวสาวและทีมงาน ดังนั้นก่อนการจะได้ร่วมงานกัน ควรมีการตั้งประเด็นคำถามไว้ เพื่อให้ทีมงานได้ตอบข้อสงสัยที่อาจเกิดขึ้น เช่น ประสบการณ์ รายชื่อลูกค้าที่เคยร่วมงานด้วย ฯลฯ ซึ่งคำตอบเหล่านี้จะนำมาซึ่งความเชื่อมั่นให้กับบ่าวสาวได้อย่างแน่นอน

 

4. ความชอบอย่างเดียวไม่ได้

 

บ่าวสาวควรมีธีมงานในใจมาอย่างชัดเจน เพราะหากมีเพียงแค่ความชอบอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ จริงอยู่ที่หน้าที่ของเวดดิ้งแพลนเนอร์คือการทำความชอบให้เป็นรูปธรรม แต่ความชอบที่หลากหลายและไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนทำให้ยากต่อการวางคอนเซ็ปต์ของทีมงาน ดังนั้น หากบ่าวสาวมีสิ่งที่ชอบชัดเจนโฟกัสไปที่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง นอกจากจะทำให้การจัดงานง่ายขึ้นไปในทิศทางเดียวกันแล้ว ยังทำให้ความทรงจำของบ่าวสาวสวยงามน่าประทับใจขึ้นด้วย

 

คลิกเพื่อดูรายละเอียดของ Sitphotograph

 

คลิกเพื่อดูรายละเอียดของ Create Wedding Planner

 

5. ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทีม

 

เป็นสิ่งที่บ่าวสาวควรตระหนักไว้ตั้งแต่การพูดคุยกับเวดดิ้งแพลนเนอร์ เพราะเมื่อให้ทีมเข้ามาดูแลแล้ว ก็ควรไว้วางใจอย่างเต็มที่ แต่หากมีสิ่งใดที่ไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้ก็ควรรีบแจ้งให้รับทราบและแก้ไขต่อไป ยิ่งในวันพิธีแต่งงานหน้าที่ดูแลภาพรวมทั้งหมดจะตกเป็นของเวดดิ้งแพลนเนอร์ ดังนั้นจึงควรมีการพูดคุยถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น หรือให้คนสนิทของบ่าวสาวเป็นผู้ประสานงานกับแทน

 

บ่าวสาวบางคู่อาจไม่มีแผนที่จะจ้างเวดดิ้งแพลนเนอร์มาช่วยในการดูแลภาพรวมของพิธี แต่ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีที่ปรึกษาชั้นดีมาช่วยให้ข้อมูลที่สำคัญกับคู่บ่าวสาว ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เคยจัดงานแต่งงานมาแล้ว พ่อแม่ญาติพี่น้อง หรือเพื่อน ซึ่งบุคคลเหล่านี้เปรียบเสมือนคลังข้อมูลเคลื่อนที่ที่คู่บ่าวสาวสามารถพูดคุย หาข้อมูลได้ตลอดเวลา เป็นผู้มีประสบการณ์ตรงที่จะช่วยบอกเล่าเรื่องราว ปัญหาต่าง ๆ ที่ประสบพบเจอมาได้

 

 

 

เลือกเวดดิ้งแพลนเนอร์ที่คุณถูกใจได้ที่นี่

 

 

หาไอเดียงานแต่งงานที่ถูกใจ:

“ธีมไม้อวบน้ำ” ธีมงานสุดแปลกที่จะทำให้คุณลืมดอกไม้ธรรมดาๆ ไปเลย
Decorate งานแต่งด้วยแสงเทียนสุดโรแมนติก
ตามไปดูเทรนด์สีสุดฮิต Rose quartz and Serenity แมทช์สุด ๆ กับธีมแต่งงานของคุณ 
ไอเดียสุดล้ำ สำหรับงานแต่งยุคนี้
Wedding on Ice สีสันความสุขบนลานน้ำแข็ง

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

สินค้ายอดนิยม

ผู้ให้บริการยอดนิยม

Agapé Garden
  • อื่นๆ
Cinnamon Residence
  • โรงแรม
Acts Studio
  • อื่นๆ
Museum Wedding
Vivaris wedding studio
  • ชุดเจ้าสาว

บทความยอดนิยม