พูดคุยกับเจ้าสาวนัก DIY จัดงานแต่งเอง แบบอบอุ่น ไม่กลัวปัญหา

2015.12.08 28,079

ว่าที่เจ้าสาวที่กำลังอยากเนรมิตงานแต่งในฝันด้วยตัวเอง วันนี้ทีมงาน Happy Wedding.Life เอาไอเดียเจ๋ง ๆ ของ “คุณแอ้” เจ้าสาวที่ลงมือจัดงานแต่งงานด้วยตัวเอง เริ่มตั้งแต่หาฤกษ์ สถานที่ ทำการ์ด ของชำร่วย พรีเวดดิ้ง พรีเซนต์เทชั่น แบ็คดรอป แกลอรี่ ทำเองทุกอย่าง จนกลายเป็นงานแต่งแนวฟาร์ม ที่มีธีมสีพีชและสีมิ้นท์ ซึ่งเป็นสีที่ชื่นชอบของคู่บ่าวสาวเป็นคีย์หลัก

 

 

ต้องบอกเลยว่า “คุณแอ้” คือเจ้าสาวที่งัดทุกอย่างที่มี มา DIY งานแต่งในแบบของเธอ ที่สำคัญเธอไม่กลัวปัญหา เพราะเธอเตรียมตัวมาดี

 

“ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่พร้อม เตรียมงานเองทำไมจะพร้อม!!” 

 

ถ้าได้อ่านเรื่องราวการเตรียมงานของเธอ จะรู้ว่าเธอพร้อมแค่ไหน ทั้งรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ รวมไปถึงการขั้นตอนพิธีการต่าง ๆ แต่ก่อนอื่นไปทำความรู้จักกับเจ้าสาวนัก DIY คนนี้ก่อนดีกว่า

 

“แอ้เป็นอาจารย์พิเศษที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สอนการใช้เสียงสำหรับวิทยุ-โทรทัศน์ และกำลังเรียนปริญญาเอก งานอื่น ๆ ก็เป็นฟรีแลนซ์ลงเสียงวิทยุโทรทัศน์ นักเขียน ก้อปปี้ไรท์เตอร์ไปด้วย ส่วนสามี คุณเบิร์ดก็เป็นอาจารย์ปฏิบัติการอยู่ที่นิเทศ จุฬาฯ เหมือนกัน ก่อนหน้านี้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทำงานด้วยกันที่แกรมมี่ แอ้เป็นครีเอทีฟ ส่วนคุณเบิร์ดเป็นซาวด์เอ็นจิเนีย ได้เจอกัน ทำงานด้วยกัน ผูกพันกัน คบกันมา 3 ปีก็ตัดสินใจแต่งงาน”

 

“ช่วงที่ตัดสินใจ ตอนนั้นเพื่อนรอบตัวแต่งงานกันเยอะมาก ทำให้มีโอกาสได้ไปงานแต่งงานบ่อย ได้เห็นข้อดี ข้อเสียของแต่ละงานค่อนข้างเยอะ อย่างงานที่น่ารัก ๆ แปลก ๆ ก็ไปดูว่าทำเองได้ไหม ต้องจ้างไหม เรียกว่าไปศึกษางานจากสถานที่จริง ก็เลยตัดสินใจว่างานของเราทำเองดีกว่า เพราะชอบงานพวกประดิษฐ์อยู่แล้ว ชอบออกแบบ ชอบสี คิดว่าถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจะทำเอง อีกอย่างมีเพื่อนที่ทำงานทางด้านอีเว้นท์อยู่ด้วย ก็จะรบกวนให้เพื่อนมาช่วยดูภาพรวมของงานให้”

 

 

พอตัดสินใจทำเอง “คุณแอ้” เริ่มต้นการ DIY งานแต่งเอง ด้วยการหาฤกษ์แต่งงานเอง โดยเน้นที่ฤกษ์สะดวก

 

“หลังจากที่คิดจะทำเอง ก็มีเวลาเตรียมการเกือบ 7 เดือน ด้วยความที่อยากทำเอง อยากใช้เวลาเตรียมตัว เตรียมของเอง วันแต่งงานก็เลยใช้ฤกษ์สะดวก เนื่องจากคุณพ่อ คุณแม่เป็นครู จะปิดเทอมช่วงตุลาคม ก็เลยเลือกวันแต่งงานเป็นช่วงเดือนตุลาคม และคิดว่าต้องเป็นวันอาทิตย์เผื่อญาติ ๆ ที่ต่างจังหวัดเดินทางมาร่วมงานด้วย ถ้าจัดวันเสาร์ก็ต้องเดินทางกันวันศุกร์ อาจจะเหนื่อย นึกถึงว่าถ้าเป็นเรา ก็คงไม่โอเค เลยอยากจัดงานวันที่ทุกคนสะดวกมากที่สุด ก็คือวันอาทิตย์”

 

“เริ่มต้นหาฤกษ์เองด้วยการเปิดเว็บไซต์หาฤกษ์แต่งงาน ไม่ได้ไปดูดวงที่ไหน ไม่เอาวัน-เวลามาคำนวณ เพราะไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องวัน เราเชื่อว่าถ้าทุกคนมาด้วยความชื่นมื่นเต็มใจ ทุกอย่างจะออกมาดี โชคดีที่พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายโอเค และคุณเบิร์ดก็คิดเหมือนกัน แอ้รู้สึกว่าต้องจัดงานด้วยความสุขของคนทำก่อน แล้วทุกอย่างจะออกมาดี เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของทัศนคติที่ไม่อยากมีเรื่องกังวลหรือทะเลาะกับใคร อยากให้เป็นงานแบบของเรา แต่ก็จะคอยอัพเดทให้ผู้ใหญ่ทราบตลอดเวลา”

 

เมื่อได้ฤกษ์ที่สะดวกที่สุดสำหรับทุกคนแล้ว ก็มาถึงสถานที่จัดงาน “คุณแอ้” ก็เลือกสถานที่ที่ตอบโจทย์ของทุกคนในครอบครัว

 

“แอ้เป็นคนราชบุรี แต่ยังเพื่อนคุณพ่อ คุณแม่ที่มาจากโคราช และชุมพรด้วย ส่วนคุณเบิร์ดเป็นคน กทม. แต่มีญาติ ๆ บางคนมาจากฮ่องกง ซึ่งทำให้งานแต่งของเราจัดจังหวัดเดียวไม่ได้ คิดกันว่ายังไงต้องมีงานทั้งที่ กทม. และที่ราชบุรี

 

 

“แต่ก็มีโจทย์อีกว่าจะจัดวันเดียวกันหรือคนละวัน  แต่ไม่อยากเหนื่อยหลายวัน ทำให้ลงตัวที่พิธีเช้าที่ราชบุรี พอเสร็จพิธีเช้าก็มาต่องานกลางคืนที่ กทม. พอเลือกที่ราชบุรี โจทย์คืออยากได้พิธีไทย ก็ไปดูสถานที่ที่ติดริมน้ำแม่กลอง ได้ร้านอาหารที่เป็นบ้านเรือนไทย ชื่อเรือนแก้ว มีเรือนไทยให้เช่าทำพิธีด้วย ก็ไปชิมอาหารว่าอร่อยไหม สุดท้ายก็ได้ที่นี่ และจองล่วงหน้าไป”

 

 

“ส่วน กทม. เน้นว่าสถานที่จัดงานต้องมีอาหารอร่อย เนื่องจากเป็นคนชอบทานอาหาร และมีความรู้สึกว่าแขกบางคนอาจไม่สนิทกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาก ก็ให้มีความสุขกับอาหารไปแทน จำนวนแขกของเราอยู่ที่ประมาณ 3-4 ร้อยคน ก็ไปหาสถานที่หลายที่ แต่ไปจบลงที่ห้องอรุโณทัย ตึกช้าง ซึ่งเพดานมีไฟประดับเหมือนไฟคริสมาสต์ เราชอบเพดานห้องนี้อยู่แล้ว เลยตัดสินใจจอง และเลือกอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ เพราะรู้มาว่าอาหารที่นี่อร่อย และไม่อั้น แต่โต๊ะที่เป็นส่วนของผู้ใหญ่ จะเป็นแบบเสิร์ฟ”

 

“พอตัดสินใจจองและไปคุยกับเซลส์ ปรากฎว่าเซลส์ใจดี เปิดกว้างมาก เราไม่ต้องการอะไร ก็สามารถเทิร์นกลับเป็นเงินได้ เช่น เค้กแต่งงาน หรือน้ำแข็งสลัก ก็ลดราคาลงมาให้ กลายเป็นว่าเงินส่วนลดเอามาทำอย่างอื่นที่อยากทำได้อีก รู้สึกว่าเขาก็แฟร์ ๆ ให้การต้อนรับที่ดี ช่วยเหลือทุกอย่าง และราคาก็อยู่ในงบประมาณที่เตรียมไว้ด้วย”

 

 

หลังจากได้ฤกษ์แต่งงานและสถานที่จัดงานแล้ว ความวุ่นวายส่วนใหญ่จะมาอยู่ที่เจ้าสาว แต่สำหรับ “คุณแอ้” เธอมีตัวช่วยอย่างครอบครัว ทำให้มีเวลาจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้สบาย

 

“พิธีเช้าส่วนใหญ่พ่อแม่ฝ่ายชายจะเป็นคนจัดการ แต่เนื่องจากสถานที่อยู่ราชบุรี คุณแม่ของแอ้อยู่ราชบุรีอยู่แล้ว กลายเป็นว่าแม่ของแอ้เป็นคนดูแลให้เสียส่วนใหญ่ ในขณะที่คุณแม่เจ้าบ่าว ก็จะโทรคุยอัพเดทกันแทนว่างานไปถึงไหนแล้ว ติดปัญหาอะไรไหม รบกวนด้วยนะ ฝากหน่อย อะไรแบบนั้น”

 

 

“ซึ่งรายละเอียดของขันหมากก็จะเป็นประเพณีของจังหวัดว่าของในขันหมากต้องมีอะไร ขบวนเป็นแบบไหน ตรงนี้คุณแม่ของแอ้ก็จะรู้มากกว่า เช่น คนราชบุรีจะต้องให้เด็กผู้หญิงพรหมจรรย์ 3 คนเดินนำหน้าขบวนขันหมาก คุณแม่แอ้ก็ไปเตรียมหลาน ๆ มาช่วยเดินนำขบวนให้ แม้กระทั่งถาดของที่อยู่ในขบวน คุณแม่ก็เป็นคนไปเลือกหามาเอง เอาแบบที่ต้องการ กลายเป็นว่าทุกคนสนุกที่จะทำด้วยกัน”

 

 

เรื่องจิปาถะสำหรับเจ้าสาวอย่างช่างหน้า-ช่างผม ด้วยความที่ไม่เป็นคนไว้ใจในความเป็นมืออาชีพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ทำให้ “คุณแอ้” ตัดสินใจเลือกช่างในแบบที่ต้องการได้ไม่ยาก

 

“งานเช้าเป็นพิธีไทยที่ราชบุรี ก็เลยเลือกช่างที่สามารถเดินทางไปราชบุรีได้ ก็ถามไปตามแฟนเพจต่าง ๆ จนไปเจอช่างแต่งหน้าคนหนึ่ง ดูผลงานแล้วชอบ แต่งหน้าไม่เว่อร์ แก้มไม่แดงเกินไป ไม่ติดขนตาเป็นแผง เพราะพิธีเช้าเป็นชุดไทย อยากให้แต่งหน้าอ่อน ๆ พอดีไปเจอช่างคนนี้ ดูผลงานแล้วก็นัดให้ไปแต่งหน้าที่ราชบุรีเลย ไม่มีการนัดลองใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะรู้สึกว่าถ้าช่างเก่งจะปรับได้ แค่ส่งรูปหน้าสดของเราไป ส่งรูปชุด และแบบทรงผมไป ซึ่งพี่ช่างแต่งหน้าก็ทำผมอย่างที่ชอบ และทำผมเจ้าบ่าวได้ด้วย ก็เรียบร้อยไปเลยตอนเช้า”

 

“ส่วนงานกลางคืนเป็นพี่-น้องที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว แค่ส่งแบบไปว่าอยากได้แบบไหน ประมาณไหน ไม่มีการลองแต่งอีกเหมือนกัน สำหรับช่างภาพก็หาเอาตามแฟนเพจเหมือนกัน ต้องการคนที่ไปถ่ายงานที่ราชบุรีและกลับมาถ่ายต่อที่ กทม. ได้ เพราะไม่อยากตามช่างภาพสองรอบ เข้าไปดูผลงานแล้วรู้สึกว่ามันโอเค ก็จัดการจองและให้เขามาราชบุรีก่อนล่วงหน้า 1 วัน เราก็จองที่พักให้ เป็นเรื่องที่เซอร์วิสให้กับคนที่มาช่วยงาน วันที่ต้องมาถ่ายก็เห็นในเฟสของตากล้องว่ามาทำงานที่ราชบุรี ลูกค้าเช่าห้องให้ มันทำให้เรารู้สึกว่าเขาตั้งใจมาทำงานให้”

 

 

“ซึ่งช่างภาพก็ดีมาก ตามถ่ายให้ทุกอย่าง รูปที่ออกมาก็ดี พอใจมาก โชคดีที่เจอคนที่ให้ใจทำงาน แต่จริง ๆ ตัวเราเองก็ต้องทำให้เขาทำงานได้ง่ายด้วย อยากได้อะไร แบบไหนต้องบอก อย่างพ่อแม่เรา พ่อแม่เจ้าบ่าว ก็ต้องให้เขารู้ว่าคือคนไหน เขาจะได้ทำงานง่ายขึ้น เขาไม่มีทางรู้ความต้องการของเรา เพราะฉะนั้นต้องใช้เวลาก่อนสิ่งที่จะเกิดขึ้นให้มาก แล้วจะแก้ปัญหาต่อจากนั้นน้อย”

 

“แอ้รู้สึกว่าการให้เกียรติคนเป็นเรื่องสำคัญ ไม่มีใครอยากโดนเหวี่ยง เพราะฉะนั้นเราต้องมีโจทย์ มีความต้องการที่ชัดเจน อย่างเรื่องช่างแต่งหน้า-ทำผม พอให้โจทย์ไป เขาดูโจทย์เสร็จ จะรู้ทันทีว่าทำได้หรือไม่ได้ และเขาก็จะยินดีทำให้ เพราะเราไม่ได้รีเควสอะไรที่มากเกินไป เราต้องยอมรับในสิ่งที่มี และยอมรับในสิ่งที่เขาให้เราได้ ซึ่งทุกคนที่แอ้เจอนั้นดีมาก มันคือความจริงใจในการทำงาน เรารู้ว่าเขาทำงานแบบให้ใจ ดังนั้นเราต้องให้ใจเขา ต้องให้เกียรติ ต้องไว้ใจ ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ”

 

 

อะไรที่ทำเองไม่ได้ ก็เลือกที่จะส่งต่อให้มืออาชีพ แต่อะไรที่ทำเองได้ ทั้งการ์ด ของชำร่วย พรีเซนต์เทชั่น และพรีเวดดิ้ง เจ้าบ่าว เจ้าสาวและเพื่อน ๆ ก็ช่วยกัน DIY จนกลายเป็นรูปเป็นร่าง

 

“เป็นความตั้งใจตั้งแต่แรกว่าถ้าจะทำการ์ดแต่งงาน มันควรจะต้องมีประโยชน์ ไม่อยากให้เป็นแค่กระดาษแล้วจบ เลยลองหาไอเดียไปเรื่อย ๆ จนไปเจอแฟนเพจ From the heart postcards เป็นการนำเอารูปวาดการ์ตูนหมา-แมวมาทำเป็นโปสการ์ดขาย เพื่อนำเงินไปช่วยสัตว์ที่ถูกทิ้ง เจ็บป่วย ก็เลยเลือกเอาโปสการ์ดมาพิมพ์ด้านหลังเป็นการ์ดงานแต่งของเรา แอ้ออกแบบเอง ทำเอง ปริ้นท์เอง กลายเป็นการ์ดแต่งงานที่สามารถเอาไปใช้ต่อได้ และยังได้ทำบุญด้วย ซึ่งก็บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งใจไว้”

 

 

“ของชำร่วยเลือกต้นไม้ เพราะธีมเป็นแนวธรรมชาติ แนวฟาร์ม เลยได้ต้นกุหลาบหิน เพราะดูแลง่าย คล้าย ๆ ต้นตะบองเพชร แต่ความหมายของกุหลาบหินคือความรักที่มั่นคง พอเลือกว่าจะใช้เป็นของชำร่วย ก็สั่งล่วงหน้าจากเชียงใหม่ 3 เดือนเพราะต้องปลูกใหม่เพื่อให้ได้ไซส์ที่สวยพอดี พอถึงวันงานก็ใส่รถทัวร์ส่งถึงหน้างานที่ตึกช้างเลย เราไม่ต้องมาแบก มาขนต่อให้เสียเวลา”

 

 

“ส่วนพรีเซนต์เทชั่น แอ้ก็เขียนบทเอง เล่าเรื่องเอง เอาเพื่อนมาช่วย ถ่ายกันเองวันเดียวเสร็จ ใช้เสื้อผ้าตัวเอง แต่งหน้าเอง ตัดต่อกันเอง ซึ่งเพื่อนก็ทำให้ฟรี ๆ ทุกอย่างคือมาจากเพื่อน ๆ ที่คอยช่วยเหลือกัน มีคำพูดหนึ่งที่แอ้คิดว่ามันจริงมาก คือ งานแต่งงานเป็นงานที่ทำให้รู้ว่าเรามีคนรักเรามากแค่ไหน เราไม่ได้ใช้งานใคร แต่ทุกคนอยากทำให้เรา และทุกคนเต็มใจที่จะทำให้เรา”

 

“รูปพรีเวดดิ้ง ก็ถ่ายกันเอง ใช้ห้องที่บ้านเป็นโลเคชั่น ที่บ้านมีกระต่าย มีนก ก็อุ้มเข้ามาในฉาก เราไม่อยากได้รูปพรีเวดดิ้งที่ใส่ชุดแต่งงาน ไม่รู้สึกว่าจะต้องจ่ายเงินกับเรื่องนี้ ไม่ชอบที่จะไปถ่ายรูปใส่ชุดแต่งงานนอกสถานที่ เพราะการไปถ่ายรูปด้วยกันมันทำได้บ่อย ๆ อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดแต่งงานให้คนอื่นมอง”

 

 

“พอไม่อยากถ่ายพรีเวดดิ้งแบบนั้นก็มาคิดกันว่าจะถ่ายพรีเวดดิ้งอย่างไรให้มีประโยชน์ สามารถเอามาใช้ต่อได้ ก็มานึกถึงสมุดอวยพรในงานแต่งงาน เราเกลียดสมุดแบบนั้น เพราะมันเหมือนกันทุกงาน ทุกคนจะเลือกเขียนแค่หน้าขวา อีกหน้าก็จะว่าง ทำยังไงก็คล้ายกันไปหมด เราไม่ชอบอะไรแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสมาเปิดอ่านบ่อยแค่ไหน”

 

 

“ก็เลยคิดกันว่าจะเอารูปพรีเวดดิ้งมาใช้ทำสมุดอวยพรในแบบของเรา เอารูปไปใส่กรอบและปล่อยพื้นที่สีขาวให้เขียนคำอวยพรได้ ทำขึ้นมาเป็นกรอบใหญ่ ๆ 3 กรอบ ให้แขกมาเขียนอวยพรบนกรอบรูป และมันสนุกตรงที่แขกได้เขียนหน้า เติมหน้า เติมโน่น เติมนี่ให้ ซึ่งอะไรแบบนี้มันสนุกกว่าเยอะ”

 

 

ส่วนเรื่องชุด ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงาน “คุณแอ้” มีแนวคิดว่ายังไงเจ้าสาวต้องสวยที่สุดในงาน จึงไม่ซีเรียสเรื่องชุดแต่งงานมากนัก

 

“ตอนเช้าเป็นพิธีไทยจัดที่ราชบุรี แอ้ก็เลือกไปหาชุดที่ราชบุรี เพราะคิดว่าคงจะรุงรังถ้าต้องเอาไปจาก กทม. พอดีไปเจอร้านที่โอเคมาก พอดูแบบและเอามาเทียบกับที่ กทม. ราคาถูกว่า 4-5 พันบาท คิดถูกแล้วที่เลือกที่ราชบุรี จะจ่ายแพงกว่าทำไม ส่วนชุดกลางคืน ด้วยความที่เราไม่ชอบความคิดที่ต้องถ่อไปกับเจ้าบ่าว ไปตามสตูฯ เพื่อลองชุดหรือพาเพื่อนไปช่วยดูชุด อีกอย่างแอ้เชื่อว่าเจ้าสาวยังไงในวันแต่งงานต้องสวยที่สุดอยู่แล้ว ก็เลยไม่ซีเรียสเรื่องชุดแต่งงานเลย คิดว่าทำให้ง่ายดีที่สุด”

 

“ด้วยความที่เจ้าบ่าวเป็นคนตัวไม่สูงมาก ชุดเจ้าสาวก็เลยตัดแบบชุดที่เป็นฟู่ ๆ ฟ่อง ๆ ออก เพราะจะยิ่งทำให้เจ้าบ่าวดูตัวเล็ก  หรือชุดที่เป็นเกาะอกก็ตัดทิ้ง เพราะเราไม่ถนัดที่ต้องขยับตัว ชุดลูกไม้เยอะ ๆ ก็ไม่ชอบ จึงค่อย ๆ ตัดช้อยส์ออกไปเรื่อย ๆ ทำให้ไม่จำเป็นต้องไปเดินหาชุดตามสตูฯ อีก เพราะถ้าไปก็คงมีชุดที่เราต้องการอยู่แค่ 1-2 ชุด”

 

 

“ที่สำคัญคือไม่อยากตัดชุดแต่งงาน เพราะไม่รู้ว่าตัดแล้วจะเอาไปทำอะไรต่อ การเช่าตัดก็เหมือนซื้ออยู่ดี รู้สึกไม่โอเค ก็เลยใช้วิธีเลือกแบบและดูแบบไปเรื่อย ๆ จนไปเจอร้านพรีออเดอร์ร้านหนึ่งในอินเตอร์เน็ต เป็นชุดของไต้หวัน ราคาไม่ถึง 4 พันบาท เป็นชุดหางปลา มีไซส์ S M L เราก็ดูแล้วว่าหุ่นเราน่าจะใส่ไซส์ไหน ก็สั่งไปทันที โชคดีที่ได้เหมือนที่คิดไว้ ไม่ได้โดนเว็บพรีออเดอร์หลอก ใส่แล้วมั่นใจ แต่ก็มีแก้นิดหนึ่งที่โบว์ตรงอกของเดิมเป็นสีขาว แต่ธีมของเราเป็นสีพีชกับสีมินท์ เลยไปจ้างช่างที่ตัดชุดเจ้าบ่าวให้ทำโบว์สีพีชมาเปลี่ยนแทน”

 

“ส่วนชุดเจ้าบ่าวก็เลือกแบบแล้วไปตัด เพราะหุ่นเจ้าบ่าวความสูงและไหล่น่าจะไม่พอดีก็เลยต้องตัด เป็นสูทที่สามารถไปใช้งานอื่นได้อีก วิธีตัดก็ไปเลือกช่างที่เป็นคุณป้า ร้านเก่า ๆ เพราะมีความรู้สึกว่าช่างที่มาในสายงานแต่งงาน จะมีค่าใช้จ่ายเยอะ มีคิวที่ต้องรอนานมาก ตอนนั้นกว่าจะรู้ตัวว่ายังไม่มีชุดเจ้าบ่าวงานกลางคืน ก็มีเวลาอีกไม่ถึงเดือน จึงเลือกร้านใกล้บ้าน คุยกันง่ายดีกว่า ซึ่งเราก็เลือกผ้า เลือกสี เลือกทรง และอัพเดทกับคุณป้าตลอดเวลา ทำให้ได้ตามแบบทุกอย่าง”

 

 

“สำหรับชุดเพื่อนเจ้าบ่าว เจ้าสาว เราก็ไม่อยากให้เพื่อนต้องไปตัดชุดใหม่ ยิ่งผู้หญิงสมัยนี้ไม่ค่อยใส่ชุดซ้ำ ธีมเราเป็นสีพีชกับมินท์ แขกที่มางานส่วนใหญ่จะใส่ชุดที่เป็นสีเดียวทั้งตัว เลยเลือกกระโปรงทูทู่เหมือนกระโปรงบัลเล่ย์สลับสีกัน และให้ท่อนบนเป็นสีขาว เพราะอยากให้เพื่อนเจ้าสาวเด่น ส่วนเพื่อนเจ้าบ่าว เราก็ซื้อเนคไทให้ แต่บรีฟไปกับเพื่อนเจ้าบ่าวว่ากางเกงเป็นสีประมาณไหน ส่วนเสื้อก็ขอเป็นสีขาว แล้วมาใส่ไทค์ ซึ่งทุกคนก็รู้สึกดี เพราะมันไม่กี่บาท”

 

 

พอมาถึงวันงาน เจ้าสาวส่วนใหญ่มักใช้เวลาเตรียมตัวเป็นเดือน แต่สำหรับ “คุณแอ้” 1 วันสำหรับเธอ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้งานออกมาดีและราบรื่นในแบบที่ตั้งใจไว้

 

“พิธีเช้า คุณแม่แอ้จะเป็นแม่งาน คอยจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้ที่ราชบุรี งานแต่งจัดวันอาทิตย์ แอ้ก็ไปเตรียมตัวตั้งแต่คืนวันศุกร์ วันเสาร์ก็เตรียมตัว ไปดูสถานที่ว่าเป็นอย่างไร การตกแต่งเป็นอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่ทางร้านจัดการให้หมด แล้วก็ไปรับชุด ไปนวด ทำเล็บ ใช้เวลาเตรียมตัวแค่ 1 วัน คืนวันเสาร์ก็เข้านอน ตื่นเช้ามาก็เริ่มพิธีเช้าได้เลย”

 

“พอเสร็จงานเช้าก็ไม่ต้องทำอะไร ฝั่งญาติ ๆ ทางราชบุรีก็จะคอยเคลียร์งานให้ พอจบพิธีทานมื้อเที่ยงเสร็จ ก็นั่งรถมา กทม. แบบสบาย ๆ พอมาถึง จนท. ที่ตึกช้างกำลังเซ็ตอัพงานให้อยู่ ก็มาเช็คว่าโอเคหรือยัง จากนั้นก็ไปแต่งหน้าแต่งตัวได้เลย ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่มีความวุ่นวายใด ๆ เกิดขึ้น อีกอย่างที่ชอบมากคือ ทุกคนไม่เหนื่อย ไม่ต้องทะเลาะกับใคร และไม่มีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้นเลย”

 

 

“งานกลางคืนจะสนุกหน่อย เพราะเราเลือกที่จะจัดเอง ออกแบบเองเกือบหมด โลโก้ แบล็คดร็อป แกลอรี่ ดังนั้นทุกอย่างจึงมาจากการทยอยทำไปเรื่อย ๆ อย่างแกลอรี่ก็มาจากความร่วมมือร่วมใจของคนรู้จักทุกคน เริ่มจากฉากที่เป็นโครงไม้ ซึ่งทางโรงแรมมีให้ เป็นไม้ระแนง ก็ไปหาซื้อผ้าลูกไม้กับผ้าผืนใหญ่กันเองที่สำเพ็ง ไปเลือกเอง มันไม่ยากเลย แค่บอกคนขายว่าไซส์โครงไม้ขนาดไหน เขาก็จะคำนวณให้ว่าต้องใช้ผ้าเท่าไร”

 

“เราก็เลือกแบบที่ชอบ เป็นลูกไม้คละสีเข้าธีม มาตัดเป็นเส้น ๆ และให้พี่ที่ตึกช้างติดเป็นริ้ว ๆ สลับสีกัน แล้วก็เอาหญ้าเทียมมาปูด้านหน้า ให้เพื่อนที่เป็นสัตวแพทย์ช่วยหาฟางฟ่อนมาให้ ส่วนพร็อพต่าง ๆ ก็มีทั้งของที่ตกแต่งบ้านเราเอง และของที่ยืมมาจากเพื่อน ๆ เช่น ตะกร้าหวาย หมวก”

 

“ส่วนฉากหลังที่มันโล่ง ๆ อยู่ ก็เอารูปลูก ๆ ที่บ้าน ทั้งกระต่าย นก ไปอัดกรอบลอยเล็ก ๆ แล้วเอามาตกแต่ง เพราะเราอยากให้มีพวกเขาอยู่ในงานด้วย กลายเป็นแกลอรี่แบบมุ้งมิ้ง คนที่ไปถ่ายรูปก็ได้เอาพร็อพต่าง ๆ ที่มีมาเล่นกัน มาสนุกกัน ตรงตามที่วัตถุประสงค์ทุกอย่าง ซึ่งแขกที่มาร่วมงานก็สนุกกันเต็มที่ ใช้เวลากับแกลอรี่และที่เขียนอวยพรของเรากันอย่างจุใจ”

 

 

 

“แอ้จะเกลียดการโยนช่อดอกไม้มาก คิดว่าถ้าโยนแล้ว หน้าเราต้องไม่สวยแน่ และงานแต่งทั่วไปเวลาโยนก็ต้องหลอกเพื่อนก่อนหนึ่งครั้งว่าจะโยนแล้วก็ไม่โยน มุขแบบนี้มีตลอด ซึ่งไม่ชอบเลย งานแอ้ก็เลยใช้วิธีดึงริบบิ้นแทน เอาริบบิ้นโยงกับช่อดอกไม้ ทุกคนก็จะมายืนติดหน้าเวทีเพื่อจับริบบิ้น ทุกคนเต็มใจที่จะออกมา ภาพก็ออกมาน่ารักมาก พอถึงเวลาดึงช่อดอกไม้จะเด้งกลับบนมือคนที่ถือริบบิ้น รายละเอียดพวกนี้คือความสนุก หลังจากนั้นก็มีแต่คนพูดถึงเรื่องนี้กัน คิดว่ามันน่ารักดี”

 

 

“งานวันนั้นเหมือนเป็นงานเลี้ยงรุ่น เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ได้มาเจอกัน เป็นงานที่สนุกมาก กลายเป็นบรรยากาศที่มีแต่คนรักเรามาเต็มงานไปหมดเลย เราทั้งคู่ก็ไม่เหนื่อยเลย เพราะเตรียมงานกันมาดี คือเราไม่อยากให้มีอะไรที่ต้องกลับมาบอกกันว่า “รู้งี้” หรือ “ไม่น่า” ที่สำคัญพองานจบผู้ใหญ่ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ก็สรรเสริญเยินยอว่าเราทำกันได้ดีมาก เรื่องแบบนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน แต่อยู่ที่บรรยากาศและความสุขมากกว่า”

 

หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดงานแต่งของตัวเอง “คุณแอ้” ก็กลายเป็นกูรูให้คำปรึกษาเรื่องงานแต่งให้กับเพื่อน ๆ และว่าที่เจ้าสาวอีกหลายคน

 

“ข้อดีที่สุดของการจัดงานเองคือ ถ้าเกิดความผิดพลาด เราจะรู้ว่าผิดพลาดเพราะอะไร แล้วมันจะทำให้เราไม่นอยด์ การทำเองแล้วมันผิด เราเลือกได้ว่าเราจะให้อภัยตัวเอง แล้วทำต่อให้ดีขึ้น แต่ถ้าเราจ้างคนอื่นทำ แล้วเขาทำผิด เราจะโกรธทันที มันจะมีแต่ความโกรธ ต่อให้แก้ไขแล้ว แต่เราก็อารมณ์เสียอยู่ดี ตัวเองทำผิด ถ้าโกรธก็โกรธตัวเอง โมโหตัวเอง ซึ่งมันก็ไม่น่าจะเป็นอะไร

 

“หรือถ้ามองในเรื่องเงิน บางคนบอกงานใหญ่ งานแฮปปี้ ต้องแพง มันไม่จริงเลย สู้เก็บเงินไว้ฮันนีมูน หรือเอาเงินส่วนนี้ไปเติมค่าอาหาร เครื่องดื่มเพื่อขอบคุณแขกดีกว่า งานของแอ้ เราตั้งใจเรื่องนี้มาก จ่ายแพงกับเรื่องนี้เต็มที่ เอาเบียร์อร่อยมาลง อยากให้แขกที่มารู้สึกแฮปปี้ แอ้คิดว่าแขกที่มาคงไม่ได้อยากรู้ว่าไฟระย้าราคาเท่าไร เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่ง”

 

 

“เราแค่รู้สึกว่าแขกมาแล้วมีพร็อพถ่ายรูปเล่น มากินอาหารอร่อย ๆ มาเจอบริการที่ดี นั่นคือความสุขของแขกที่มาร่วมงาน เขาจะเอากลับไปพูดด้วยว่างานสนุก มากกว่าที่จะบอกว่างานสวยแต่อาหารไม่อร่อย หรือบอกว่างานใหญ่แต่อาหารไม่พอ เราแคร์เรื่องพวกนี้มากกว่า ไม่อยากให้ทุกคนมีความทรงจำแบบนี้กลับไป

 

“ในงานแต่งงานไม่ว่ายังไงเจ้าสาวต้องสวยที่สุดในงานอยู่แล้ว ถ้าไม่ประเมินการแต่งหน้า แต่งตัวผิดพลาด แอ้เคยไปงานแต่งที่เจ้าสาวหน้าบึ้งตลอดงาน ต้องคอยระวังโน่นนี่ไปหมด ทำให้ไม่มีความสุข เห็นอะไรแบบนี้มาเยอะ เลยคิดว่าเราต้องไม่เป็นแบบนี้ มันเป็นวันเดียวที่เราจะมีความสุข และมันไม่ใช่ความสุขแค่ในวันงาน แต่เป็นความสุขตั้งแต่เริ่มเตรียมงาน ตั้งใจแบบไหน แล้วมันออกมาแบบนั้น นั่นคือความสุขของงานแต่งงาน

 

 

“การป้องกันง่ายกว่าแก้ปัญหา เจ้าสาวต้องมีทักษะเรื่องพวกนี้ ผู้ชายยังไงก็ไม่ละเอียดเท่าเรา เขาจะทำในสิ่งที่เขาทำได้ดี อย่างคุณเบิร์ดก็จะดูแลเรื่องเบียร์ เรื่องวงดนตรี แต่จะคาดหวังว่าเขาจะมาละเอียดเท่าเรา เป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราก็เป็นตัวเองที่วันนั้นมีความสุขที่สุดก็พอ อีกอย่างคือต้องเชื่อใจและไว้ใจคนอื่นว่าเขาจะทำของดี ๆ ให้เรา ก็เปรียบกับชีวิตคู่ ว่ามันจะอยู่ได้ดีหรือไม่ ไม่ได้มีแค่เรากับเจ้าบ่าวสองคน งานแต่งงานก็เป็นแค่จุดเริ่มต้นที่ต้องอยู่ด้วยกันอย่างไรให้คนรอบตัวมีความสุขไปด้วย”

บทความที่เกี่ยวข้อง

16,495 0

รีวิวงานแต่งงานแบบประหยัดงบ ไม่เหนื่อย ไม่เยอะ ไม่ฟุ่มเฟือย แต่รวม ๆ แล้วน่าประทับใจ

  • รีวิวงานแต่ง
  • เตรียมงานแต่งงาน
  • วางแผนแต่งงาน
  • จัดงานแต่งงาน
  • จัดงานแต่งแบบประหยัด
6,430 0

เปิดใจเจ้าสาวคนเก่ง เตรียมงานแค่ 6 เดือน ต้องเป็นแพลนเนอร์เอง แถมคุณพ่อยังเคยไม่ถูกชะตาลูกเขยอีก บอกเลยเธอแกร่งมาก!

  • แต่งงานกับฝรั่ง
  • แต่งงาน จีน
  • รีวิวงานแต่ง
  • wedding
  • Wedding DIY
111,194 106

ประสบการณ์ตรงของ “สายป่าน” บิวตี้บล็อคเกอร์ที่จัดงานแต่งงานในช่วงนี้

  • แต่งงาน
  • วางแผนแต่งงาน
  • งานแต่งงาน
  • wedding
  • จัดงานแต่งงาน

แนะนำผู้ให้บริการ

5,023 18

moon & mercury

กรุงเทพ
  • วางแผนแต่งงาน
  • แต่งแบบไทย
5,364 16

NSD ORGANIZE

สมุทรสาคร
  • วางแผนแต่งงาน
  • ธีมงานแต่ง & นานาชาติ
1,946 7

Love in Deed The Wedding

กรุงเทพ
  • วางแผนแต่งงาน
  • ธีมงานแต่ง & นานาชาติ
12,668 416

Harmonize all your weddings

กรุงเทพ
  • วางแผนแต่งงาน
  • แต่งแบบไทย
321 4

Candy Wedding House

สงขลา
  • วางแผนแต่งงาน
  • แต่งแบบไทย
450 0

Fox Design & Organizer

กรุงเทพ
  • วางแผนแต่งงาน
  • แต่งแบบไทย

Are you a member?

Welcome back to HappyWedding.Life

FORGOT YOUR PASSWORD? Reset it here
Use your preferred social network
Are you not a member yet?
About Happy Wedding Life

Announcement

เนื่องจากมีการอัพเกรดระบบใหม่ การ Login เข้าสู่ระบบจำเป็นต้องทำการเปลี่ยนรหัสผ่านก่อน หากคุณไม่สามารถ login ได้กรุณาเปลี่ยนรหัสผ่าน ที่นี่


FORGOT YOUR PASSWORD? Reset it here
Are you not a member yet?
About Happy Wedding Life