รีวิวเจ้าสาวสุดสตรอง..จัดงานแต่งแบบไทย ทำได้ ทำง่าย สไตล์คุณ

2016.12.31 4,911

บ่าวสาวที่อยากประหยัดงบ จัดงานแต่งงานด้วยตัวเอง แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน ทำอะไรก่อน-หลัง ต้องมาอ่านรีวิวจากเจ้าสาวตัวจริงคนนี้ “คุณกอล์ฟ-พัชรินทร์” ที่ลงมือจัดงานแต่งพิธีไทยของตัวเองแบบทุกขั้นตอน ไม่ง้อแพลนเนอร์ให้ต้องเสียเงินเสียทอง อาศัยแค่การค้นหาข้อมูลที่แน่นปึ้ก กับใจที่อยากจัดงานด้วยตัวเอง แค่นี้งานแต่งงานแบบไทย ๆ ของเธอก็เป็นรูปเป็นร่างได้แล้ว

 

“ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนเลยนะคะ ว่ายังไม่เคยแต่งงานเลยสักครั้ง นี่เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวค่ะ ตั้งใจทำมากค่ะและอยากจะแชร์ประสบการณ์ในการจัดงานของตัวเอง เผื่อจะเป็นประโยชน์กับบ่าวสาวที่กำลังจะวางแผนการแต่งงานอยู่ ณ ตอนนี้หรืออนาคตอันใกล้นี้ค่ะ

 

“การจัดงานแต่งงานด้วยตัวเองเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เหนื่อยมาก แต่ก็มีความสุขและภูมิใจมากเช่นกันค่ะ ที่สำคัญเราสามารถควบคุมและประหยัดงบประมาณเองได้ เพราะเงินถือว่าเป็นปัจจัยหลักสำคัญ ราคาน้ำมันก็พุ่งขึ้นพรวด ๆ จะมาตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเห็นทีจะไม่ไหวแน่ค่ะ แต่บ้านเราก็ยังต้องจัดงานแต่งงานกันอยู่เพื่อเป็นการให้เกียรติฝ่ายหญิงตามประเพณีอันดีงามของไทยเราค่ะ

 

“สำหรับคู่เราใช้เวลาเตรียมงานประมาณ 6-7 เดือน นอกจากเราสองคนแล้ว ก็มีน้องสาวที่คลานตามกันมา มาช่วยเป็นแม่ทัพร่วมจัดงานสุดอลังปังเวอร์ครั้งนี้ให้ด้วยค่ะ ใครที่มีแพลนจะแต่งงานเร็ว ๆ นี้ ก็ลองเอาการเตรียมตัวของเราไปปรับใช้ได้นะคะ งั้นมาดูตั้งแต่เดือนแรก ๆ เลยดีกว่าว่าเราทำอะไรกันบ้าง

 

 

6 เดือน ก่อนวันงาน พูดคุยเบื้องต้น-หาฤกษ์งามยามดี

 

“เราเริ่มรู้ตัวว่าจะมีโอกาสใส่ชุดวิวาห์แบบเจ้าหญิงฟรุ้งฟริ้งก็ตอนที่คุณผู้ชายได้เอ่ยปากขอแต่งงานกันแบบงง ๆ ในร้านอาหารประจำของเราสองคน จากนั้นก็ได้คุยรายละเอียดความต้องการกันแบบคร่าว ๆ พูดคุยกันเรื่องสินสอดทองหมั้น พิธีการงานแต่งในเบื้องต้นว่าจะช่วยกันเตรียมงานอย่างไรดี รวมถึงการหาฤกษ์งามยามดี พร้อมกำหนดวันเวลาให้ชัดเจน ซึ่งเราสองคนถือเอาฤกษ์สะดวกค่ะ สิ่งที่ต้องการคือขอให้เป็นวันอาทิตย์ตอนเช้าก็พอ ก็เลยเลือกเดือนเกิดของตัวเอง และวันอาทิตย์ที่สะดวกที่สุด ปรากฎว่าวันนั้นเป็นเทวีฤกษ์ซะด้วย”

 

 

4-5 เดือน ก่อนวันงาน เก็บข้อมูลทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับการจัดงาน

 

“ช่วงนี้จะมีภารกิจหนักหน่อยนะคะ และถือว่าสำคัญมาก ๆ ด้วย เพราะต้องทั้งระดมสมองช่วยกันคิด ช่วยกันทำอย่างเต็มที่ เตรียมใจไว้ได้เลยว่าต้องมีการขัดแย้งกันบ้าง ก็ให้ถือว่าเป็นการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่และแชร์ไอเดียกันนะคะ ซึ่งหลังจากที่เราได้ฤกษ์งามยามดีมาแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของเราทั้งสองที่จะสำแดงเดชกันค่ะ

 

“โชคดีมากที่คุณพ่อคุณแม่ของเราสองคนไม่ได้เข้มงวดอะไรมากเรื่องรูปแบบการจัดงาน เราก็เลยระดมหัวคิดกันเต็มที่ ทั้งรวบรวม เก็บข้อมูลเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานแต่งงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถานที่ ช่างภาพ ช่างผม ของชำร่วย โน่นนี่นั่นอีกมากมาย เรียกว่าเป็นช่วงของการเก็บรวบรวมข้อมูลกันแบบเต็ม ๆ และตกตะกอนความคิดให้เข้าที่เข้าทางให้ได้มากที่สุด ซึ่งสิ่งสำคัญของการวางแผนการจัดงานและเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดก็เรื่องของงบประมาณค่ะ

 

“งบประมาณเป็นปัจจัยหลักเลยนะคะ เพราะถ้าเราไม่กำหนดงบประมาณที่ชัดเจน มันก็จะบานปลายไปเรื่อย ๆ ค่ะ ไหนจะค่าโน่นนี่นั่นจุกจิกมากมาย เราสองคนก็เลยต้องสุมหัวคุยกันว่าจะตั้งงบเท่าไหร่ถึงจะสมเหตุสมผล เปิดบัญชีร่วมกัน ทำบันทึกรายจ่ายของงานให้ชัดเจน สำหรับงานของเราใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูล จัดหาและจัดทำรูปแบบธีมงาน ออกแบบทุกสิ่งอย่างทั้งหมดประมาณ 6 เดือนก่อนถึงวันงานค่ะ ถือว่าเป็นกำลังพอดีค่ะ ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป แต่รูปแบบงานเราก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากด้วยนะคะ

 

“มาถึงเรื่องของรูปแบบงานกันบ้าง ถือว่าเป็นองค์รวมที่จะทำให้งานของเราเป็นไปในทิศทางเดียวกันได้ค่ะ การกำหนดรูปแบบงานที่ชัดเจนจะทำให้เราไม่เสียเวลาในการเตรียมงานมาก ยิ่งถ้ามีเวลาในการเตรียมงานน้อย ยิ่งต้องชัดเจนและใช้เวลาให้คุ้มค่ามากที่สุด สำหรับงานของเราสองคนเลือกรูปแบบงานที่แสดงเอกลักษณ์ความเป็นไทย เราคิดว่าการจัดงานแต่งงานเป็นประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม ก็เราคนไทยนี่เนอะ

 

“แต่จริง ๆ ก็เป็นความต้องการของคุณเจ้าบ่าวด้วยค่ะที่อยากได้บรรยากาศรื่นรมย์  ไม่อึดอัด มีพื้นที่กว้างมองเห็นต้นไม้ใบหญ้าบ้าง คือเราไปงานแต่งในโรงแรมมาหลายงาน สวยนะคะแต่ก็เหมือน ๆ กัน อาจเป็นเพราะว่าเรายังไม่เคยไปงานแต่งแบบไทยเต็มรูปแบบ ก็เลยอยากมีบรรยากาศแบบนั้นในงานของเรา สามารถมองเห็นแขกที่มาร่วมงานผ่อนคลายมีความสุขไปกับเรา เห็นเด็กน้อยใส่ชุดไทยวิ่งเล่นในบรรยากาศไทย ๆ ก็คงดีไม่น้อย ตรงนี้เป็นความต้องการที่ตรงกันของเราสองคน ก็เลยอยากให้งานออกมาเป็นไทยให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ บรรยากาศ ชุดแต่งงาน การ์ด ของชำร่วย ของรับไหว้ ป้ายงาน ซุ้มหน้างาน แกลลอรี่ และอื่น ๆ ก็เป็นแบบไทย ๆ ทั้งหมด

 

“ระหว่างที่เราเก็บรวบรวมข้อมูลก็ใช้เวลานี้ตระเวนและคัดสรรสถานที่ที่ต้องการไปด้วย เพื่อไม่ให้เสียเวลา เผื่อว่าสถานที่ไม่ว่างจะได้หาสถานที่ใหม่ได้ทันตามฤกษ์ อันนี้สำคัญมาก ถ้าเป็นโรงแรมบางแห่งอาจจองกันยาวข้ามปี แต่สำหรับเราสองคนเป็นงานไทย ๆ ง่าย ๆ เราเลยมองหาเรือนไทยสวย ๆ มีพื้นที่มากหน่อยสำหรับรองรับแขกของเราประมาณ 300 คน

 

“หลังจากตระเวนดูเรือนไทยมาหลายที่ ส่วนใหญ่จะมีพื้นที่ไม่มาก จุคนได้ 100-150 คน ซึ่งยังไม่ตอบโจทย์ของเรา เราอยากจัดงานรอบเดียวแบบพิธีเช้ากินเลี้ยงเที่ยงไปเลยง่าย ๆ ไม่ต้องเหนื่อยแต่งตัวเตรียมตัวงานเย็น แถมยังเป็นการประหยัดงบประมาณไปด้วยนะคะ ไม่ต้องจัดเลี้ยง หรือจัดเตรียมสถานที่และอื่น ๆ อีก สุดท้ายมาลงตัวที่เรือนไทยศาลายาค่ะ เป็นสถานที่ที่เราเคยมาร่วมงานแต่งงานของคนรู้จักมาแล้ว

 

“ตอนแรกคิดว่าไกลไปหน่อยอยู่ตั้งศาลายา แต่ด้วยองค์ประกอบอื่น ๆ ทั้งบรรยากาศไทย ๆ อย่างที่เราต้องการ มีบริเวณกว้างขวางหลายมุม ส่วนที่เป็นพิธีการในช่วงเช้า ตั้งแต่ทำบุญ แห่ขันหมาก สู่ขอ หมั้น รวมไปถึงบริเวณรดน้ำสังข์ และพื้นที่สำหรับให้แขกนั่งรับประทานอาหารก็เพียงพอกับจำนวนแขกที่เรากำหนดไว้ เรียกว่าลงตัวทุกอย่าง เราก็เลยติดต่อทำเรื่องนัดวันและคุยรายละเอียดกันเลยค่ะ

 

“สิ่งที่เราได้รับจากเรือนไทยศาลายาถือว่าลดขั้นตอนการเตรียมงานไปได้เยอะมาก สถานที่บางแห่งอาจให้เช่าแค่สถานที่อย่างเดียว แต่เราต้องติดต่อเรื่องอาหาร เรื่องการจัดซุ้มดอกไม้ พิธีการงานเช้าเอง แบบนั้นจะวุ่นวายและเหนื่อยมากขึ้นค่ะ ถ้าให้แนะนำอยากให้ลองมองหาสถานที่ที่ให้บริการครอบคลุมเรื่องเหล่านี้ทั้งหมดจะดีกว่า แต่ถ้าเราไม่พอใจอะไรหรืออยากเพิ่มตรงไหน เราก็สามารถจัดมาเพิ่มเองได้ ขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรองกัน เท่าที่ดูมามีหลายที่มีแพ็กเกจแต่งงานให้เลือกด้วย ชอบแบบไหน อย่างไรก็จัดกันได้ตามงบและจำนวนแขกของเราเลยค่ะ”

 

 

3 เดือน ก่อนวันงาน เตรียมแหวน-ชุด-ช่างแต่งหน้าทำผม-ช่างภาพ

 

“ช่วงนี้เราก็เตรียมเรื่องแหวนหมั้น ชุดแต่งงาน รวมไปถึงชุดคุณพ่อคุณแม่และเพื่อนสาวของเราด้วยค่ะ เริ่มกันที่แหวนกันเลยนะคะ โชคดีที่ว่าที่สามีมีแหวนเพชรประจำตระกูล (พูดให้เวอร์วัง ปัง ๆ ไปงั้นแหละค่ะ) แต่ใส่ไม่ได้เพราะใหญ่เกินไปสำหรับหญิงสาวมือเรียวอย่างเรา (555) แต่ไม่ใช่ปัญหาค่ะ คุณสามารถไปปรับแก้ไซส์แหวนได้ เราเลือกไปกันที่ดิโอสยาม หาร้านที่ไว้ใจได้ มีใบรับประกัน และสามารถรอรับได้เลย ซึ่งใช้เวลากี่ชั่วโมง คุณก็จะได้แหวนเพชรประจำตระกูลที่พอดี๊พอดีนิ้ว สวยงามมากมายมาอยู่บนนิ้วแล้วค่ะ

 

“งานแหวนผ่านไป มาต่อกันที่เรื่องของชุดแต่งงานกันบ้าง เป็นเรื่องที่สำคัญและต้องใช้ระยะเวลาเหมือนกันนะคะ ถ้าอยากเช่าตัดหรือตัดชุดใหม่ไม่ควรไปตัดใกล้วันงาน เพราะเดี๋ยวจะปรับแก้กันไม่ทัน แต่เนื่องจากเราเป็นธีมไทย ๆ ชุดแต่งงานก็ต้องชุดไทยสิคะ ร้านเช่าชุดไทยมีให้เลือกมากมายหลายร้านมาก ทั้งจากงานแฟร์ต่าง ๆ หรือถ้าสะดวกไปเดินเลือกเองแถวบางลำภูก็มีหลายร้านเลยค่ะ หรือใครมีเวลาเตรียมงานที่ตรงกับงานวดดิ้งแฟร์พอดี ก็ลองไปเก็บข้อมูลหรือเลือกชุดแต่งงานกันไว้ก่อนก็ได้ เผลอ ๆ โชคดีอาจได้โปรโมชั่นดีงาม พร้อมถ่ายภาพพรีเวดดิ้งไปด้วยเลย

 

 

“จริง ๆ ก็ตระเวนมาหลายที่ตั้งแต่รามอินทรา รามคำแหง ปิ่นเกล้า ลองกันจนเหนื่อย จนมาได้ร้านใกล้บ้าน แถวบางลำภู ชื่อร้านลูกไม้ เจ้าของร้านน่ารักลองแล้วลองอีกให้คำแนะนำดีมาก ราคาก็สมเหตุสมผล รวมเครื่องประดับครบชุด แถมได้ชุดน้องเจ้าสาวมาอีก 1 ชุด แต่ไม่รวมรองเท้า ถือว่าพอใจกันทั้งสองคนค่ะ

 

“แอบบอกไว้นิดนึงค่ะว่าการไปลองชุดแต่งงาน ไม่ต้องไปเกรงใจเค้านะคะ เค้าให้ลองได้เต็มที่ เลือกที่เราชอบที่สุด ถ้าร้านไหนบังคับว่าถ้าลองแล้วต้องให้เช่าเลยทันที ก็เดินออกเลยค่ะ ก็แหม..แต่งงานไม่ได้แต่งกันบ่อย ๆ ขอเลือกสิ่งที่ดีที่สุดก่อนดีกว่า แต่อย่าลืมเรื่องงบประมาณที่เราตั้งไว้ในส่วนชุดแต่งงานด้วยนะคะ จะได้ไม่บานปลาย

 

“ได้ชุดเรียบร้อย แต่สิ่งที่ยังต้องหาต่อไปคือรองเท้าที่เข้ากับชุดไทย ส่วนใหญ่จะเป็นคัทชูรัดส้น เพื่อความสุภาพเรียบร้อยจะได้ไม่เห็นเล็บเท้า ก็ไม่ยากค่ะ เราได้เก็บข้อมูลมาแล้วว่าร้านรองเท้าที่ราคาโอเค ตัวรองเท้าไม่หนักมาก ส้นกำลังดี ใส่แล้วไม่ปวดขาราคาเท่าไร เพราะการเลือกรองเท้าสำหรับใส่วันงานเป็นสิ่งสำคัญมากนะคะ ต้องยืนเกือบทั้งวันเพื่อต้อนรับแขก ถ้ารองเท้าไม่ดี ใส่ไม่สบาย ก็อาจจะเจ็บเท้าได้

 

 

“มาต่อกันด้วยชุดพ่อแม่บ้างนะคะ เจ้าสาวอย่าสวยคนเดียวค่ะ ต้องดูแลความสวยงามให้ครบทั้งครอบครัวด้วย พ่อกับแม่เราเป็นคนง่าย ๆ และอยากได้ชุดที่สามารถนำมาใช้ต่อได้ หรือถ้าเช่าก็ต้องไม่แพง ชุดคุณแม่นี่ง่ายมากไปครั้งเดียวได้เลย จากการแนะนำของเพื่อนเจ้าบ่าวที่เค้ามาเช่าชุดเพื่อนเจ้าบ่าวกันที่ร้านนี้ ราคาหลักร้อยได้เครื่องประดับครบชุดด้วย ดีงามมาก ส่วนชุดเพื่อนเจ้าสาวก็หาเช่าเอาเช่นกันค่ะ

 

 

“ชุดพร้อมแล้วแต่สิ่งที่ขาดและสำคัญมากคือการติดต่อจองที่พักในวันงาน ช่างแต่งหน้า-ทำผม รวมถึงตากล้องมือดีสำหรับถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอ เราเลือกเป็นแบบซีนีม่าเพราะเราอยากได้อารมณ์ของภาพยนตร์หน่อย ๆ ค่ะ ทั้งหมดจัดแจงนัดคิวและจองกันไว้แต่เนิ่น ๆ ให้เรียบร้อย เดี๋ยวช่างไม่ว่างจะงานเข้าไปกันใหญ่

 

 

“มาถึงเรื่องที่พักวันงาน เราจองโรงแรมในศาลายาเลยค่ะ สะดวกดี ราคาก็ไม่แพงด้วย ที่ศาลายา พาวิลเลี่ยน โฮเต็ล (Salaya Pavilion Hotel) พื้นที่กว้างขวางดี สามารถนอนกองกัน 4-5 คนก็ได้ (555+) ต้องเดินไกลหน่อยแต่อยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัยเลย จริง ๆ ถ้าต้องการใกล้เรือนไทยมาก ๆ ก็มีหอพักนักศึกษาให้เช่านะคะ ราคานักศึกษาเลย แต่อาจจะต้องเช่าหลายห้องหน่อย เพราะพื้นที่ไม่กว้างเท่าไหร่ แถมยังต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือนด้วย ซึ่งก็ใกล้เรือนไทยมาก เดินไม่กี่ก้าวก็ถึง นอกจากที่พักนี้แล้ว รอบ ๆ มหาวิทยาลัยก็มีโรงแรมหรือหอพักให้เช่าอีกหลายที่เหมือนกัน แต่แนะนำว่าเอาที่สะดวกและใกล้บริเวณงานที่สุดจะดีกว่าค่ะ

 

“ช่างผม ช่างแต่งหน้า เพื่อนสาวเราแนะนำมามีดีกรีการแต่งหน้าดารานางแบบหลายคน ขอบอกว่าพี่ดาว onion คิวยาวมาก พี่เค้าดูแลเราตั้งแต่ก่อนแต่งงานเลย ทั้งทรงผมและสีผม ทรงไหนอย่างไรถึงจะสวยงาม และก็ได้ดั่งใจมากออกมาสวยงามตามท้องเรื่องจริง ๆ เลิฟสุดๆ ใครสนใจไปตามล่าใน IG ได้ค่ะ ส่วนร้านพี่เค้าอยู่ลาดพร้าวซอย 1 หาไม่ยากเลย

 

 

“ช่างภาพของเราทั้งภาพนิ่งและวีดีโอเป็นเจ้าเดียวกันค่ะ ง่ายสำหรับการติดต่อ และอารมณ์ของภาพก็จะได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เราหาข้อมูลในเน็ตและเว็บเว็ดดิ้ง ก็ช่วยได้เยอะเพราะจะมีข้อมูลหรือเรื่องราวต่าง ๆ จากคนที่แต่งงานมาแล้วนำภาพสวย ๆ มาให้ชม เราก็เลือกแนวช่างภาพที่เราชอบ สรุปก็คือคุณบูม Manual Foto ช่างภาพอิสระที่แนวงานเค้ามีความใกล้เคียงกับความเป็นไทยของเรามาก เชื่อว่าเค้าจะถ่ายทอดอารมณ์ของงานผ่านเลนส์ได้ในแบบที่เราต้องการได้ดี ซึ่งเราก็ไม่ผิดหวังเลยค่ะ ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ

 

2 เดือน ก่อนวันงาน

 

“มาถึงเรื่องการออกแบบกันบ้าง เราว่าเป็นสิ่งที่ทำเองได้ ไม่จำเป็นต้องจบออกแบบมาโดยตรงก็ทำได้ แค่ชอบเดินหาของถูกแบบไม่มีเหนื่อย รู้จักการผสมผสาน MIX&MATCH ก็ได้แล้วค่ะ สำหรับเราสองคนไม่ได้จ้างหรือสั่งทำจากร้านไหนเลย เราเลือกสิ่งที่ชอบ สอดคล้องกับธีมงาน และงบประมาณที่ตั้งไว้ ทุกอย่างต้องภายใต้งบประมาณ กำหนดไปเลยว่าของชำร่วยต่อชิ้นเท่าไหร่ แขกกี่คน ถ้าหาซื้อวัตถุดิบแบบยกโหลได้ก็จะยิ่งถูกลงเยอะเลย

 

“ของที่เราทำกันเองก็มีการ์ด กล่องใส่ซอง ของชำร่วย ของรับไหว้ผู้ใหญ่ ป้ายโลโก้สำหรับติดหน้างาน มุมรดน้ำสังข์ ซุ้มถ่ายภาพ แกลลอรี่ ภาพวาดสำหรับลงนิ้วอวยพร ป้ายที่วางบนโต๊ะ ตระกร้าสังฆทาน รวมถึงเตรียมเพลงสำหรับบรรเลงในงานด้วยค่ะ สิ่งสำคัญที่จะทำให้ภาพรวมของงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันก็คือการกำหนดสีของงานหรือธีมงาน สำหรับเรางานแต่งงานแบบไทยก็เลยอยากได้สีที่เป็นไทย ๆ ไม่ฉูดฉาดมาก แต่ก็มีความร่วมสมัยนิดหน่อย ไม่ได้ไทยโบราณเกินไป สีที่เราเลือกก็จะเป็นสีน้ำตาล-ครีม-ทองค่ะ เมื่อกำหนดสีและอารมณ์ของงานคร่าว ๆ แล้ว ก็มาเริ่มออกแบบกันเลย

 

“เริ่มกันที่การ์ดก่อน เรานำโทนสีหลัก สีน้ำตาล-ครีม-ทองมาใช้ในการออกแบบ และเลือกใช้ผ้าลูกไม้สีขาวเข้ามาช่วยให้งานดูหวานขึ้น แต่ก็ยังมีความเป็นไทยอยู่ เอาโลโก้ที่ออกแบบไว้แล้วมาใช้ จากนั้นก็จัดวางรายละเอียดกำหนดการ วัน-เวลา รวมถึงแผนที่การเดินทาง เลือกวัสดุที่จะใช้ว่ามีอะไรบ้าง พร้อมคำนวณต้นทุนต่อชิ้น แล้วตระเวนดูราคาของวัสดุนั้น ๆ ด้วยงบประมาณที่กำหนดไว้ อย่าลืมนะคะ งบประมาณสำคัญมาก ต้องคิดไว้เสมอเดี๋ยวจะบานปลายค่ะ

 

“เราอยากได้การ์ดที่พิมพ์เองได้ง่าย ๆ ไม่ต้องไปจ้างโรงพิมพ์เป็นจำนวนมาก ๆ สามารถพิมพ์เพิ่มได้ตามที่เราต้องการ และมีงานประดิษฐ์เข้ามาเกี่ยวข้องเล็กน้อย อยากใช้วัสดุเดียวกันทั้งหมดจะได้ซื้อของทีเดียวมาก ๆ เพื่อลดต้นทุน การ์ดของเราใช้ผ้าลูกไม้สีขาวสำหรับผูกติดกับกระดาษคราฟสีน้ำตาล พิมพ์รายละเอียดสีเดียวกันด้วยฟ้อนท์แบบไทย ๆ ซึ่งผ้าลูกไม้นี้เราก็สามารถนำไปทำอย่างอื่นได้ด้วย เช่น พวกป้ายสำหรับห้อยของชำร่วย กล่องใส่ซอง รวมถึงม่านลูกไม้สำหรับเป็นฉากถ่ายรูปหน้างาน

 

 

“กล่องสำหรับใส่ซองจริง ๆ บางสถานที่เค้าก็มีให้นะคะ แต่เราอยากให้ทุกอย่างไปในทิศทางเดียวกัน และไม่อยากได้กล่องสี่เหลี่ยมทั่วไปเหมือนงานอื่น ๆ ด้วยรูปแบบงานของไทย ๆ ก็เลยไม่มีการตัดเค้ก แต่เราชอบเค้ก ก็เลยอยากให้กล่องใส่ซองเป็นรูปทรงของก้อนเค้กขนาดกำลังดี 2 ชั้น ไปเดินดูแถวพาหุรัด สำเพ็งก็มีนะคะแต่ราคาเป็นพันเลย เราใช้แค่ครั้งเดียวก็เลยทำเองดีกว่า

 

“วัสดุที่จะนำมาใช้ก็เป็นวัสดุเดียวกันกับที่ทำการ์ดเลย คือกระดาษคราฟ ผ้าลูกไม้ และริบบิ้น กระดาษคราฟก็หาได้จากร้านเครื่องเขียนทั่วไป ใช้แผ่นใหญ่ ๆ แกรมหนา ๆ เพราะชิ้นงานใหญ่ถ้ากระดาษบางไปอาจจะไม่แข็งแรง สร้างแบบทรงกลมจากคอมพิวเตอร์ก่อนเป็นแพทเทิร์น แล้วเอามาทาบกับกระดาษคราฟตัดตามรูปทรง ติดกาวให้เรียบร้อย คาดและตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ และริบบิ้นก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ แต่อย่าลืมเรื่องความปลอดภัยด้วยนะคะ ทำกล่องให้มิดชิดและแน่นหนาแต่ก็สามารถเปิดนำซองด้านในออกมาได้ด้วยจะดีมาก เราทำไว้สองชิ้นเพื่อความสะดวกของแขกที่มาในงาน

 

 

“มาถึงของรับไหว้ ของส่วนใหญ่ที่เคยเห็นทั่วไปก็จะเป็นพวกผ้าเช็ดตัว ผ้านุ่ง ผ้าไหม ผ้าขาวม้า หรือดีหน่อยก็เป็นชุดเครื่องแก้ว ชุดถ้วยชาม ซึ่งเราอยากได้ของที่ใช้งานได้ สามารถทำเองได้ ดูแพง ดูมีราคา หาซื้อไม่ได้ เป็นเอกลักษณ์ของเราเอง ที่สำคัญต้องถูก ทุกอย่างต้องเข้ากันด้วยในเรื่องสีและวัสดุ

 

“เราแบ่งของสำหรับที่จะให้คุณพ่อคุณแม่ของทั้งสองฝ่ายกับญาติผู้ใหญ่เป็นของสองประเภทค่ะ ของที่ให้พ่อแม่เป็นหมอนอิงปักโลโก้ของงานสีน้ำตาลคาดด้วยลูกไม้ที่เย็บติดเป็นโบว์อย่างสวยงาม ส่วนปลอกหมอนก็ไปซื้อที่สวนจตุจักรในราคาใบละ 70 บาท เป็นปลอกผ้าไหมสีน้ำตาล และไปจ้างร้านปักผ้าที่โบ้เบ้ปักโลโก้ตามแบบที่ส่งให้ จากนั้นก็นำผ้าลูกไม้มาเย็บเข้ากับตัวหมอนอีกทีพร้อมจับจีบให้สวยงามด้วยริบบิ้นเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยค่ะ

 

“ส่วนของสำหรับผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือ เราให้เป็นข้าวค่ะ เพราะต้องทำจำนวนเยอะหน่อย ถ้าจะปักหมอนทั้งหมดงบต้องบานแน่ เราก็เลยสั่งข้าวไรซ์เบอร์รี่ชั้นดีมาบรรจุลงในกล่องกระดาษคราฟที่มีหูหิ้วเพื่อง่ายสำหรับขนย้าย แถมยังสามารถถือกลับบ้านไปได้เลย สะดวกแล้วก็น่ารัก แถมราคาไม่แพงมากด้วย ตกแต่งด้วยการผูกโบว์ผ้าลูกไม้อีกหน่อยก็ดูไฉไลไปอีกแบบนะคะ

 

 

“สำหรับของชำร่วยเราได้คอนเซ็ปต์มาจากคำที่ว่า “หวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า” ปกติเวลาไปงานแต่งงานของชำร่วยส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยได้ใช้กัน พวกช้อน ตะเกียบ พวงกุญแจ เราก็เลยอยากให้เป็นของกินที่มีความหวาน สื่อความหมายได้ ก็เลยสั่งน้ำผึ้งเดือนห้าจากเชียงใหม่มาบรรจุขวดและแพ็คเอง นำโลโก้ที่เราออกแบบไว้พิมพ์ลงบนกระดาษคราฟตัดเป็นรูปวงกลม เจาะรูตรงกลางสำหรับร้อยด้วยเชือกปอไม่ย้อมสี ใช้ผ้าดิบซ้อนกับผ้าลูกไม้คลุมลงบนฝาขวดรัดให้แน่นด้วยเชือกและคล้องป้ายชื่อขอบคุณลงไป เท่านี้ของชำร่วยเราก็เสร็จเรียบร้อยค่ะ กิ๊ฟเก๋งามแงะมาก

 

 

“ป้ายชื่อโต๊ะ และป้ายบอกตำแหน่งโต๊ะ ด้วยความที่เราจัดงานวันเดียว หลังจากจบเรื่องพิธีการก็เลี้ยงขอบคุณแขกด้วยมื้อกลางวันเลย จัดเลี้ยงแบบโต๊ะจีนเพื่อสะดวกกับแขกผู้ใหญ่ และการจัดลำดับโต๊ะแบ่งตามกลุ่มก็จะช่วยให้เรารู้ตำแหน่งของญาติ เพื่อนที่เรียน เพื่อนที่ทำงานกันได้อย่างชัดเจน กรุ๊ปไหนใหญ่หน่อยก็จัดโซนไปในพื้นที่กว้างหน่อย แขกจะได้ไม่อึดอัดและคุ้นเคยกันดีด้วย เราก็เลยทำป้ายบอกตำแหน่งโต๊ะว่ากลุ่มไหนอยู่โต๊ะไหนกันบ้าง แต่ละโต๊ะเรียงลำดับยังไง เพื่อแขกจะได้เดินไปที่โต๊ะตามที่จัดเตรียมไว้ได้ แต่วันงานเพื่อนเจ้าสาวก็จะคอยบอกและคอยดูแลแขกที่มางานอีกทีค่ะ

 

“เมื่อทราบจำนวนโต๊ะทั้งหมดแล้ว เราก็แบ่งกลุ่มให้พอเหมาะกับจำนวนโต๊ะ พร้อมทำป้ายบอกลำดับให้เรียบร้อย เราก็ทำแบบง่าย ๆ ปริ้นท์บนกระดาษใส่ในกรอบรูปวางไว้หน้างานตรงบริเวณโต๊ะลงทะเบียน ส่วนป้ายลำดับของโต๊ะก็ทำแบบง่าย ๆ เหมือนกัน เนื่องจากเราอยากให้มีแจกันดอกไม้วางไว้บนโต๊ะจัดเลี้ยงด้วย ก็เลยทำลำดับโต๊ะเป็นแจกันดอกไม้ไปด้วยในตัว โดยการนำน้ำตาลทรายขาวใส่ลงในแก้วพลาสติก ปักด้วยช้อนซ่อมเพื่อใช้สำหรับเสียบป้าย พร้อมประดับด้วยดอกไม้ที่ทำจากกระดาษทิชชู่พ่นสี งบประมาณไม่สูงมากแต่ก็ออกมาน่ารักดีค่ะ ค่อย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ จนครบตามจำนวน แล้วนำไปจัดอีกทีที่หน้างาน

 

 

“ส่วนใหญ่ภาพที่เห็นบริเวณหน้างานหรือโต๊ะลงทะเบียนจะเป็นภาพที่มาจากการถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง แต่เราสองคนไม่ได้ถ่ายภาพพรีเวดดิ้งกัน เพราะอยากจะประหยัดงบ แต่เราก็ถ่ายรูปกันเองเวลาไปเที่ยวอยู่แล้ว เราก็เลยไม่มีรูปที่ใส่ชุดแต่งงานจากพรีเวดดิ้ง แต่อยากได้ภาพวาดสีน้ำมันที่เป็นรูปเราสองคนในชุดไทยมากกว่า จะวาดเองก็คงไม่ทัน ก็เลยจ้างไปเลยทีเดียวจบ ไปเจอพี่คนนึงจากในเว็บ ดูผลงานเค้าก็โอเคใช้ได้ ราคาอยู่ในงบที่วางไว้ เราก็ได้ภาพวาดพร้อมใส่กรอบสวยงามมาค่ะ

 

 

1 เดือนสุดท้ายก่อนวันงาน

 

“เดือนสุดท้ายก่อนวันงาน เป็นเดือนที่เราต้องเร่งมือกันแล้วค่ะ ในเดือนนี้จะเป็นเรื่องของการจัดบูธมุมถ่ายภาพบริเวณหน้างาน เตรียมเพลงบรรเลง เตรียมชุดสังฆทาน ทำป้ายโลโก้หน้างาน รวมถึงคอมเฟิร์มช่างภาพ ช่างแต่งหน้า-ทำผม สถานที่จัดงาน โรงแรมที่พัก รถรับส่งญาติผู้ใหญ่ ไปลองชุดครั้งสุดท้ายก่อนรับชุดจริง พร้อมทำความเข้าใจลำดับขั้นตอนของงานให้เข้าใจตรงกัน สุดท้ายคือการเตรียมสวยนิดหน่อยค่ะ ทำสีผม ตัดแต่งทรงผมเพื่อให้เข้ากับทรงผมวันงาน

 

“สำหรับมุมแสดงภาพและมุมถ่ายภาพหน้างาน เมื่อได้สถานที่แล้วเราก็ต้องสำรวจบริเวณรอบ ๆ เพื่อหาพื้นที่รวมถึงอุปกรณ์ที่ทางสถานที่พอจะหามาให้เราได้ จะได้เตรียมสิ่งที่ต้องการเพิ่มเติมได้ถูก ทำการออกแบบคร่าว ๆ ก่อนจัดการหาอุปกรณ์มาประดับตกแต่ง พอออกแบบเรียบร้อย ก็ไปตามหาอุปกรณ์ บางอย่างเราก็เอาของที่บ้านมาใช้ไม่ต้องซื้อเพิ่ม หรือถ้าจำเป็นต้องซื้อก็ควรเลือกที่นำมาประดับตกแต่งบ้านได้อีก จะได้ไม่ต้องใช้แล้วทิ้งให้เสียของ

 

“ของที่เราซื้อส่วนใหญ่จะเป็นดอกไม้ปลอม ผ้าลูกไม้ทำผ้าม่าน กรอบรูป ผ้าคลุม กล่องลังทรงกระบอก ร่มผ้าลูกไม้ ต้นไม้จริงบางชนิดเพื่อความสดชื่นสมจริง เมื่อซื้อของครบตามแบบก็มาลองจัดมุมกัน ว่าเราจะจัดวางยังไง เพื่อที่ว่าวันงานจะได้จับวางได้เลยไม่ต้องเสียเวลาคิดมุม เพราะวันงาน เวลาค่อนข้างจำกัด ต้องเอาเร็วเข้าไว้ค่ะ

 

 

“เรื่องของโลโก้และงานพิมพ์ ก่อนวันงานประมาณ 1 สัปดาห์ก็ค่อยเริ่มพิมพ์งานพิมพ์มาเตรียมและตัดให้เรียบร้อย พวกโลโก้หน้างาน และภาพฉากหลังสำหรับจัดวางโฟโต้บุ๊ค ไม่ควรปริ้นท์มาเตรียมล่วงหน้านานมากนะคะเพราะสีอาจจะซีดก่อนได้ อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้ถ่ายพรีเวดดิ้ง แต่มีภาพตอนไปเที่ยวกันที่เคยรวบรวมทำเป็น photobook รีวิวไปเที่ยวที่โน่นนี่นั่นเรื่อยเปื่อยของเราสองคน (ทำเตรียมไว้ราวกับว่าจะได้ใช้โชว์วันงานแต่งงานเราเองเลย หยั่งรู้ล่วงหน้ากันเลยทีเดียว 555) เผื่อแขกที่มารอเข้างานอยากจะตามรอยรักแบบเราบ้างก็ไม่ว่ากัน ดูภาพกันไปพลางถ่ายรูปเล่นกันไปเพลิน ๆ

 

 

 

“มาถึงบริเวณโต๊ะลงทะเบียน นอกจากสมุดอวยพรที่ทางสถานที่จัดเตรียมให้แล้ว เรายังอยากให้มีกิจกรรมน่ารัก ๆ แทนการอวยพรอีกอย่างด้วย เพราะอยากให้คำอวยพรเป็นของประดับบ้านได้ด้วย ก็เลยวาดภาพต้นไม้เพื่อให้แขกได้ลงนิ้วประทับตราเป็นที่ระลึกที่มาร่วมแสดงความยินดีกับเราทั้งสองคน ซึ่งก็สามารถพิสูจน์ความเป็นตัวตนได้ด้วยลายนิ้วมือนี่แหละ ไม่ผิดตัวแน่นอน

 

 

“พิธิไทยก็ต้องมีพิธีกรรมทางศาสนา การทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทานจึงเป็นกิจกรรมแรกของพิธีมงคล เราเลยเตรียมชุดสังฆทานให้พร้อม เนื่องจากงานไทย ๆ ก็เลยอยากใช้วัสดุที่เป็นไทยด้วย อย่างพวกชะลอมหรือตะกร้าหวาย แล้วไปซื้อจตุปัจจัยที่เราต้องการมาจัดเตรียมผูกโบว์ให้สวยงาม เท่านี้ก็จะได้ชุดสังฆทานที่ไม่เหมือนใครแล้ว

 

 

“สิ่งสุดท้ายของการจัดเตรียมงานก็เป็นเรื่องของบรรยากาศ เสียงเพลงช่วยสร้างบรรยากาศของงานให้ดูกลมกล่อมมากขึ้นได้ งานไทย ๆ จะเปิดเพลงฝรั่งก็อาจจะขัดหู ก็เลยเลือกเพลงรักที่เราชอบ เป็นเพลงปัจจุบันแต่เป็นการเปลี่ยนทำนองให้เป็นไทยลูกกรุงบ้าง บรรเลงบ้าง ปะปนกันไปค่ะ เลือกและไรท์ลงแผ่นซีดีเตรียมให้เจ้าหน้าที่ที่งานเปิดให้ และเราก็ไม่มีพรีเซ็นเทชั่นใด ๆ มีแค่การแสดงโขน หุ่นละครเล็กจากคลองบางหลวง (รามเกียรติ์ ตอน หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา) เพราะอยากให้มีการแสดงแบบไทย ๆ เข้ามาร่วมด้วย เป็นการอนุรักษ์ศิลปะของไทยด้วย (วันงานนี่เด็ก ๆ ชอบมากเลย) และเมื่อถึงวันงานก็อย่าลืมที่จะคอมเฟิร์มเรื่องเวลากับผู้แสดงอีกครั้งให้เรียบร้อยด้วยนะคะ

 

 

ก่อนวันงาน 1 สัปดาห์

 

“สัปดาห์สุดท้ายเราต้องเช็คความพร้อมทุกอย่าง ทั้งเรื่องอุปกรณ์ ชุด และอื่น ๆ รวมไปถึงการนัดคิวพิธีการเรื่องวันเวลาให้เรียบร้อย อันนี้สำคัญมาก จากนั้นก็หาเวลาไว้เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ด้วยนะคะ อย่าเครียดหรือกังวลมากเกินไป เพราะวันงานหน้าตาเราอาจจะเหนื่อยล้าได้ สำหรับเราไม่มีเวลาเข้าคอร์สอะไรเลย อาศัยการมาร์คหน้าเกือบทุกวันแทน ก็ช่วยได้นะคะ ขัดผิวบ้างแต่ไม่บ่อย เรื่องการขัดผิวบางคนเข้าคอร์สเแล้วเกิดอาการแพ้แก้ไขไม่ทันวันงานเลยก็มี แนะนำว่าไม่ต้องทำดีกว่า อาบน้ำปกติให้สะอาดขัดผิวเบา ๆ บ้างถ้ามีเวลาด้วยสมุนไพรไทย ๆ เรานี่แหละ มะขามเปียก น้ำผึ้ง ดีงามต่อผิวไม่แพ้แน่ค่ะ เพราะเดี๋ยววันงานช่างแต่งหน้าจะช่วยแปลงโฉมเราอีกทีอยู่แล้ว

 

“ก่อนวันงาน 2 วันเรามีแอบไปทำเล็บนิดหน่อย เบา ๆ ค่ะ เวลาสวมแหวนจะได้งามฟริ้งกระดิ่งแมว จริง ๆ ก็เป็นเรื่องที่ควรทำนะ จะซื้อครีมมาร์คมือมาใช้ก็ได้ ส่วนเล็บที่เราทำจะเป็นสีเจล อยู่ได้นานกว่าสีทาเล็บแบบธรรมดาไม่หลุดล่อนง่าย ตกแต่งและติดเพชรเล็ก ๆ เบา ๆ พร้อมด้วยดินปั้นเป็นรูปดอกไม้สีขาวพองาม เท่านี้ก็งามอย่างไทยแล้วค่ะ

 

“ที่เหลือก็เป็นเรื่องของวันงาน เราเตรียมตัวมาดี ทุกอย่างก็เลยไม่มีปัญหา ใครที่กำลังจะแต่งงานแล้ววางแผนจัดงานแต่งงานแบบไทย ๆ เราว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับความพอดี เริ่มจากการเรียนรู้ที่จะพูดคุยกัน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการทำความเข้าใจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ช่วยให้เรายอมรับซึ่งกันและกันก่อนการเริ่มต้นใช้ชีวิตกันแบบจริงจังได้นะคะ งานแต่งงานก็ถือได้ว่าเป็นการแสดงความเคารพและให้เกรียติกันของทั้งสองฝ่าย จะจัดงานอย่างไรแบบไหนก็ไม่ได้ทำให้ความรักที่มีให้แก่กันลดน้อยถอยลงไปหรอกค่ะ แค่มีความสุขร่วมกันก็พอ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บ่าวสาวที่กำลังเตรียมตัวแต่งงานแบบไทย ๆ ถ้าได้อ่านรีวิวแบบละเอียดยิบของคุณกอล์ฟ รับรองว่าการวางแผนต้องแน่นปึ้ก ไม่หลง ไม่ลืมอะไรแน่นอน อย่างที่คุณกอล์ฟว่าไว้นะคะ แค่มีความสุขไปด้วยกัน แค่นั้นก็พอ...

 

 

 

 

ค้นหาสถานที่จัดงานแต่งงานได้ที่นี่

 

 

 

อ่านบทสัมภาษณ์การแต่งงานต่อที่นี่:

คุยกับสะใภ้เกาหลี สาวไทยกะโอปป้าสุดหล่อ กับพิธีแต่งงานของ 2 ประเทศ 
พูดคุยกับเจ้าสาวนัก DIY จัดงานแต่งเอง แบบอบอุ่น ไม่กลัวปัญหา
สัมภาษณ์บิวตี้บล็อคเกอร์หน้าหวาน NinaBeautyWorld กับเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานสุดพิเศษ
พูดคุยกับ “เจ้าสาวซามูไร” เกิดเป็นสาวไทยต้องไม่เสียดุล 
สัมภาษณ์เจ้าสาวคนเก่งที่เนรมิตงานแต่งงานให้สวยหรู ดูแพงได้ ในหอประชุม 

บทความที่เกี่ยวข้อง

444 0

อัพเดทเทรนด์ธีมสีงานแต่งสุดเพอร์เฟคไอเดียจัดงานแต่งงานปี 2018

  • จัดงานแต่งงาน
  • ตกแต่งงาน
  • แต่งงาน
  • สถานที่จัดงานแต่งงาน
  • ธีมสี
2,616 0

4 สิ่งสำคัญในพิธีแต่งงานแบบไทย ที่บ่าวสาวต้องเตรียมให้พร้อมก่อนวันแต่งงาน

  • แต่งงาน
  • จัดงานแต่งงาน
  • งานแต่งงาน
  • พิธีแต่งงาน
  • งานแต่ง
390 0

"พิธีส่งตัวเจ้าสาว" ขึ้นรถแต่งงาน ทำอย่างไรให้ถูกต้องตามประเพณีแต่งงานแบบจีน

  • แต่งงานแบบจีน
  • แต่งงาน
  • จัดงานแต่ง
  • เจ้าสาว
  • งานแต่งงาน

แนะนำผู้ให้บริการ

2,581 9

Love in Deed The Wedding

กรุงเทพ
  • วางแผนแต่งงาน
  • ธีมงานแต่ง & นานาชาติ
6,583 16

NSD ORGANIZE

สมุทรสาคร
  • วางแผนแต่งงาน
  • ธีมงานแต่ง & นานาชาติ
13,132 416

Harmonize all your weddings

กรุงเทพ
  • วางแผนแต่งงาน
  • แต่งแบบไทย
5,692 20

moon & mercury

กรุงเทพ
  • วางแผนแต่งงาน
  • แต่งแบบไทย
1,016 17

Haute Wedding Runner Organizer

กรุงเทพ
  • วางแผนแต่งงาน
  • ธีมงานแต่ง & นานาชาติ
1,764 7

Maple Love Wedding & Planner

กรุงเทพ
  • วางแผนแต่งงาน
  • ธีมงานแต่ง & นานาชาติ

Are you a member?

Welcome back to HappyWedding.Life

FORGOT YOUR PASSWORD? Reset it here
Use your preferred social network
Are you not a member yet?
About Happy Wedding Life

Announcement

เนื่องจากมีการอัพเกรดระบบใหม่ การ Login เข้าสู่ระบบจำเป็นต้องทำการเปลี่ยนรหัสผ่านก่อน หากคุณไม่สามารถ login ได้กรุณาเปลี่ยนรหัสผ่าน ที่นี่


FORGOT YOUR PASSWORD? Reset it here
Are you not a member yet?
About Happy Wedding Life